🌿 แห้วหมู
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
แห้วหมู เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีหัวอยู่ใต้ดิน มีก้านดอกยาวและดอกสีน้ำตาล ส่วนที่ใช้เป็นยาตามต้นฉบับคือ หัว โดยเก็บหัวแก่ มี รสเผ็ดอ่อนเล็กน้อย และมีสรรพคุณ ขับลม
ในงานสาธารณสุขมูลฐานใช้แห้วหมูสำหรับบรรเทาอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียด โดยสามารถใช้ได้ทั้งหัวแห้งต้มดื่ม และหัวสดโขลกผสมกับน้ำผึ้งรับประทาน
🌿 ชื่อท้องถิ่น
-
หญ้าขนหมู — แม่ฮ่องสอน
🔎 ลักษณะของพืช
แห้วหมูเป็น ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก มีลักษณะตามต้นฉบับดังนี้
-
มี หัวอยู่ใต้ดิน
-
มีก้านดอกยาว
-
ดอกมี สีน้ำตาล
🌱 ส่วนที่ใช้เป็นยา
หัว
🧺 ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา
เก็บหัวแก่
👅 รสและสรรพคุณยาไทย
รสยา
รสเผ็ดอ่อนเล็กน้อย
สรรพคุณ
-
ขับลม
💚 วิธีใช้แห้วหมู
🫃 ท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียด
ต้นฉบับระบุวิธีใช้ไว้ 2 วิธี
1. 🫖 ใช้หัวแห้งต้มดื่ม
🌱 ส่วนที่ใช้
หัวแห้วหมูแห้ง
⚖️ ปริมาณที่ใช้
1 กำมือ
ประมาณ
70–80 หัว หรือหนักประมาณ 15 กรัม
🥣 วิธีเตรียม
-
นำหัวแห้วหมูแห้ง 1 กำมือ
-
ทุบหัวให้แตก
-
นำไป ต้มกับน้ำ
🥤 วิธีรับประทาน
ดื่มน้ำต้ม
🔄 ความถี่
ต้นฉบับไม่ได้ระบุจำนวนครั้งต่อวันไว้โดยเฉพาะ
⏰ ช่วงเวลารับประทาน
ต้นฉบับไม่ได้ระบุว่าต้องรับประทานก่อนหรือหลังอาหาร
2. 🍯 ใช้หัวสดผสมน้ำผึ้ง
🌱 ส่วนที่ใช้
หัวแห้วหมูสด
⚖️ ปริมาณที่ใช้
ครั้งละ 5 หัว
🥣 วิธีเตรียม
-
นำหัวแห้วหมูสด 5 หัว
-
โขลกให้ละเอียด
-
ผสมกับ น้ำผึ้ง
🥤 วิธีรับประทาน
รับประทานส่วนผสมที่เตรียมไว้
🔄 ความถี่
ต้นฉบับไม่ได้ระบุจำนวนครั้งต่อวันไว้โดยเฉพาะ
⏰ ช่วงเวลารับประทาน
ต้นฉบับไม่ได้ระบุช่วงเวลาก่อนหรือหลังอาหาร
⚠️ ข้อควรระวัง
ต้นฉบับไม่ได้ระบุข้อควรระวังเฉพาะของแห้วหมูไว้ในหัวข้อนี้
📌 สรุปการใช้แห้วหมู
🫃 ท้องอืด–ท้องเฟ้อ–แน่นจุกเสียด : หัวแห้ง
🌿 หัวแห้วหมูแห้ง 1 กำมือ
🔢 ประมาณ 70–80 หัว
⚖️ ประมาณ 15 กรัม
↓
🔨 ทุบให้แตก
↓
🫖 ต้มกับน้ำ
↓
🥤 ดื่มน้ำต้ม
🫃 ท้องอืด–ท้องเฟ้อ–แน่นจุกเสียด : หัวสด
🌿 หัวสดครั้งละ 5 หัว
↓
🔨 โขลกให้ละเอียด
↓
🍯 ผสมกับน้ำผึ้ง
↓
🍽️ รับประทาน
🧠 PikadThai Tip
🌿 ใช้หัว
🧺 เก็บหัวแก่
👅 รสเผ็ดอ่อนเล็กน้อย
💨 ขับลม
🫃 แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด
🫖 หัวแห้งต้มดื่ม
🍯 หัวสดโขลกผสมน้ำผึ้ง
สูตรจำสั้น ๆ
“แห้วหมูใช้หัว รสเผ็ดอ่อน — ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ หัวแห้งต้ม หัวสดผสมน้ำผึ้ง”
⚠️ หมายเหตุ
เนื้อหานี้เรียบเรียงจากหัวข้อ สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน ตามหนังสือต้นฉบับ โดยปรับโครงสร้างและภาษาให้อ่านง่ายขึ้น และคงรายละเอียดเรื่องชื่อท้องถิ่น ลักษณะพืช ส่วนที่ใช้ ช่วงเวลาที่เก็บ รสและสรรพคุณ ตลอดจนปริมาณ วิธีเตรียม และวิธีใช้ตามที่ปรากฏในต้นฉบับ
ข้อมูลที่ต้นฉบับไม่ได้ระบุ เช่น จำนวนครั้งต่อวัน ช่วงเวลาก่อน–หลังอาหาร และข้อควรระวังเฉพาะ จะไม่นำข้อมูลจากแหล่งอื่นมาเติมแทน
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน