🌿 เร่ว
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
เร่ว เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบเรียวยาวปลายแหลม ดอกออกเป็นช่อสีชมพูอ่อน และมีผลเป็นฝัก ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
ส่วนที่ใช้เป็นยาตามต้นฉบับคือ เมล็ดใน โดยเก็บในช่วงผลแก่ มี รสเผ็ดปร่า มีกลิ่นหอม ใช้สำหรับ แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด ขับลม และแก้อาเจียน
🌿 ชื่อท้องถิ่น
-
มะอี้
-
หมากอี้ — เชียงใหม่
-
หมากเนิ้ง — อีสาน
-
มะหมากอี้
-
หมากเนิ้ง — สุราษฎร์ธานี
🔎 ลักษณะของพืช
เร่วเป็น ไม้ล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีลักษณะตามต้นฉบับดังนี้
-
ใบเรียว
-
ปลายใบแหลม
-
ดอกออกเป็น ช่อ
-
ดอกมี สีชมพูอ่อน
-
ผลเป็น ฝัก
-
ภายในฝักมีเมล็ดจำนวนมาก
🌱 ส่วนที่ใช้เป็นยา
เมล็ดใน
🧺 ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา
เก็บช่วงผลแก่
👅 รสและสรรพคุณยาไทย
รสยา
รสเผ็ดปร่า
และมี กลิ่นหอม
สรรพคุณ
-
แก้ ท้องอืด
-
แก้ ท้องเฟ้อ
-
แก้ แน่นจุกเสียด
-
ขับลม
-
แก้ อาเจียน
💚 วิธีใช้เร่ว
🫃 ท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียด
🌱 ส่วนที่ใช้
เมล็ดในของผลแก่
⚖️ ปริมาณที่ใช้
ครั้งละ 3–5 ผล
คิดเป็นน้ำหนักประมาณ
1–2 กรัม
🥣 วิธีเตรียม
-
นำผลเร่วแก่ตามปริมาณที่กำหนด
-
ใช้ เมล็ดใน
-
บดให้เป็น ผง
🥤 วิธีรับประทาน
รับประทานผงเมล็ดเร่ว
🔄 ความถี่
วันละ 3 ครั้ง
⏰ ช่วงเวลารับประทาน
ต้นฉบับไม่ได้ระบุว่าต้องรับประทานก่อนหรือหลังอาหาร
🤢 อาเจียน
ต้นฉบับระบุในส่วนสรรพคุณว่าเร่วใช้ แก้อาเจียน
อย่างไรก็ตาม ในหัวข้อวิธีใช้ที่ปรากฏในต้นฉบับ ระบุรายละเอียดปริมาณและวิธีเตรียมสำหรับอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียด เป็นหลัก
ต้นฉบับไม่ได้แยกปริมาณหรือวิธีใช้เฉพาะสำหรับอาการอาเจียนไว้ต่างหาก
⚠️ ข้อควรระวัง
ต้นฉบับไม่ได้ระบุข้อควรระวังเฉพาะของเร่วไว้ในหัวข้อนี้
📌 สรุปการใช้เร่ว
🫃 ท้องอืด–ท้องเฟ้อ–แน่นจุกเสียด
🌿 ใช้เมล็ดในของผลแก่
↓
⚖️ ครั้งละ 3–5 ผล หรือประมาณ 1–2 กรัม
↓
🔨 บดเป็นผง
↓
🥤 รับประทาน
↓
🔄 วันละ 3 ครั้ง
🧠 PikadThai Tip
🌿 ใช้เมล็ดใน
🧺 เก็บช่วงผลแก่
👅 รสเผ็ดปร่า มีกลิ่นหอม
💨 ขับลม
🫃 แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด
🤢 แก้อาเจียน
สูตรจำสั้น ๆ
“เร่วเมล็ดใน รสเผ็ดปร่า — ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ แน่นจุกเสียด และอาเจียน”
⚠️ หมายเหตุ
เนื้อหานี้เรียบเรียงจากหัวข้อ สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน ตามหนังสือต้นฉบับ โดยปรับโครงสร้างและภาษาให้อ่านง่ายขึ้น และคงรายละเอียดเรื่องชื่อท้องถิ่น ลักษณะพืช ส่วนที่ใช้ ช่วงเวลาที่เก็บ รสและสรรพคุณ ตลอดจนปริมาณ วิธีเตรียม และจำนวนครั้งที่ใช้ตามที่ปรากฏในต้นฉบับ
ข้อมูลที่ต้นฉบับไม่ได้ระบุ เช่น ช่วงเวลาก่อนหรือหลังอาหาร ข้อควรระวัง และวิธีใช้เฉพาะสำหรับอาการอาเจียน จะไม่นำข้อมูลจากแหล่งอื่นมาเติมแทน
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน