🌿 เพกา
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
เพกา เป็นไม้ยืนต้นสูง มีฝักลักษณะเด่นคือ แบนยาวคล้ายดาบ ภายในมีเมล็ดแบนและมีปีกบางใส ตามข้อมูล สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน ใช้ เมล็ดจากฝักแห้ง เป็นยา โดยใช้เป็นส่วนประกอบของ น้ำจับเลี้ยง สำหรับแก้ร้อนใน และใช้เป็นยา แก้ไอและขับเสมหะ
🌿 ชื่อท้องถิ่น
เพกามีชื่อเรียกแตกต่างกันตามท้องถิ่น ได้แก่
-
มะลิดไม้
-
ลิดไม้
-
มะลิ้นไม้ — ภาคเหนือ
-
ลิ้นฟ้า — เลย
🔎 ลักษณะของพืช
เพกาเป็น ไม้ยืนต้นสูง
ลักษณะสำคัญ ได้แก่
-
มีใบย่อยจำนวนมาก
-
ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่
-
ปลายใบแหลม
-
ดอกออกเป็นช่อ
-
ดอกมีสี ม่วงแดง
-
มีฝักขนาดยาว
-
ฝักมีลักษณะ แบนยาวคล้ายดาบ
-
ภายในฝักมีเมล็ดแบน
-
เมล็ดมี ปีกบางใส
🌱 ส่วนที่ใช้เป็นยา
เมล็ด
🧺 ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา
เก็บในช่วงที่
ฝักแห้ง
แล้วนำเมล็ดภายในฝักมาใช้เป็นยา
👅 รสและสรรพคุณยาไทย
ในต้นฉบับระบุว่า
ไม่มีข้อมูล
จึงไม่เพิ่มเติมรสยาจากแหล่งอื่น เพื่อให้ข้อมูลชุดนี้ตรงตามหนังสือต้นฉบับ
💚 วิธีใช้เพกา
เมล็ดเพกามีการใช้ตามข้อมูลในงานสาธารณสุขมูลฐาน ดังนี้
1. 🔥 ใช้เป็นส่วนประกอบของน้ำจับเลี้ยง แก้ร้อนใน
ต้นฉบับระบุว่า
เมล็ดเพกาเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งใน “น้ำจับเลี้ยง” ของคนจีน
ใช้ดื่มสำหรับ
แก้ร้อนใน
2. 😷 แก้ไอและขับเสมหะ
ส่วนที่ใช้
เมล็ดเพกา
ปริมาณที่ใช้
ใช้ครั้งละประมาณ
½–1 กำมือ
หรือคิดเป็นน้ำหนักประมาณ
1½–3 กรัม
วิธีเตรียม
-
นำเมล็ดเพกาประมาณ ½–1 กำมือ หรือ 1½–3 กรัม
-
ใส่น้ำประมาณ
300 มิลลิลิตร
-
นำไปต้มด้วย ไฟอ่อน
-
เมื่อน้ำเดือดแล้ว ให้ต้มต่อประมาณ
1 ชั่วโมง
วิธีรับประทาน
รับประทาน
วันละ 3 ครั้ง
ใช้สำหรับ
-
แก้ไอ
-
ขับเสมหะ
📌 สรุปการใช้เพกา
😷 ไอ–มีเสมหะ
ใช้
🌿 เมล็ดเพกา ½–1 กำมือ
⚖️ ประมาณ 1½–3 กรัม
จากนั้น
💧 เติมน้ำประมาณ 300 มิลลิลิตร
↓
🔥 ต้มด้วยไฟอ่อน
↓
⏱️ หลังเดือดต้มต่อประมาณ 1 ชั่วโมง
↓
🥤 รับประทานวันละ 3 ครั้ง
🔥 แก้ร้อนใน
🌿 เมล็ดเพกา
เป็นส่วนประกอบชนิดหนึ่งใน
🍵 “น้ำจับเลี้ยง”
ที่ใช้ดื่มแก้ร้อนในตามข้อมูลในต้นฉบับ
🧠 PikadThai Tip
จำเพกาเป็นชุด
🌳 ไม้ยืนต้นสูง
🗡️ ฝักแบนยาวคล้ายดาบ
🌱 ใช้เมล็ดจากฝักแห้ง
🔥 น้ำจับเลี้ยง → แก้ร้อนใน
😷 เมล็ด → แก้ไอ ขับเสมหะ
⚖️ 1½–3 กรัม
🥤 วันละ 3 ครั้ง
สูตรจำสั้น ๆ
“เพกา ฝักเหมือนดาบ — ใช้เมล็ด แก้ไอ ขับเสมหะ”
⚠️ หมายเหตุ
เนื้อหานี้เรียบเรียงจากหัวข้อ สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน ตามหนังสือต้นฉบับ โดยคงรายละเอียดเรื่องชื่อท้องถิ่น ลักษณะของพืช ส่วนที่ใช้ ช่วงเวลาที่เก็บ และวิธีใช้ รวมถึง ปริมาณน้ำ ปริมาณเมล็ด ระยะเวลาต้ม และจำนวนครั้งที่รับประทาน ตามที่ปรากฏในต้นฉบับ
ในหัวข้อ รสและสรรพคุณยาไทย หนังสือต้นฉบับระบุว่า “ไม่มีข้อมูล” จึงไม่นำข้อมูลจากแหล่งอื่นมาเพิ่มเติม
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน