← กลับไป: คณาเภสัช
คณาเภสัช คณาเภสัช

หลักการคณาเภสัช

📖 Knowledge Article 🖼️ 2 รูป

Gallery

แกลเลอรีรูปภาพ

1 รูป

🌿 หลักการคณาเภสัช

การจัดหมวดหมู่ตัวยาและการกำหนดพิกัดยาในเภสัชกรรมไทย

คณาเภสัช เป็นหลักการจัดหมวดหมู่ตัวยาหลายสิ่งให้เป็นระบบ เพื่อช่วยให้รู้จัก จดจำ เรียกชื่อ และนำตัวยาไปใช้ในการปรุงยาได้สะดวกขึ้น ตัวยาหลายชนิดที่มีความสัมพันธ์กันสามารถนำมาจัดรวมเป็นหมวดเดียว และเรียกด้วยชื่อเฉพาะของหมวดนั้น ซึ่งเรียกว่า “พิกัดยา”

คำว่า พิกัด มีความหมายในลักษณะของการ “จำกัดจำนวน” กล่าวคือ เมื่อกำหนดตัวยาจำนวนหนึ่งไว้ในพิกัดใดแล้ว จำนวนและองค์ประกอบของพิกัดนั้นย่อมมีขอบเขตแน่นอน ไม่เพิ่มหรือลดตามความต้องการโดยพลการ

ดังนั้น การเรียนคณาเภสัชจึงไม่ได้มีเพียงการจำชื่อชุดยา แต่เป็นการทำความเข้าใจว่า ตัวยาใดถูกจัดอยู่ร่วมกัน เพราะเหตุใด ใช้จำนวนเท่าใด และกำหนดสัดส่วนอย่างไร


📚 หลักสำคัญของการจัดตัวยาเข้าเป็นพิกัด

การนำตัวยาหลายสิ่งมารวมอยู่ในพิกัดเดียวกัน มีหลักพิจารณาสำคัญ ได้แก่

1. รสยาต้องไม่ขัดกัน

ตัวยาที่นำมาจัดรวมกันควรมีรสยาที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ตามหลักเภสัชกรรมไทย ไม่เกิดความขัดแย้งกันในลักษณะที่ทำให้หลักของพิกัดเสียไป

2. สรรพคุณต้องเสมอหรือคล้ายคลึงกัน

ตัวยาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันมักมีสรรพคุณสัมพันธ์กัน มีแนวทางการออกฤทธิ์คล้ายคลึงกัน หรือสามารถนำมาใช้ร่วมกันตามวัตถุประสงค์ของพิกัดนั้น

เมื่อพิจารณาหลักดังกล่าวแล้ว จึงสามารถรวบรวมตัวยาเข้าด้วยกันและกำหนดชื่อเรียกเฉพาะ เพื่อให้สะดวกต่อการเรียน การจดจำ การเขียนตำรา และการปรุงยา


🧭 คณาเภสัชแบ่งพิกัดยาออกเป็น 3 หมวดใหญ่

หลักคณาเภสัชสามารถจำแนกการจัดพิกัดออกเป็น

  1. จุลพิกัด

  2. พิกัด

  3. มหาพิกัด

แม้ทั้ง 3 หมวดจะเป็นการจัดกลุ่มตัวยาเหมือนกัน แต่มีหลักในการจำแนกและกำหนดสัดส่วนแตกต่างกัน


1️⃣ จุลพิกัด

จุลพิกัด หมายถึง การจำกัดตัวยาจำนวนน้อยอย่าง โดยมักเป็นตัวยาชนิดเดียวกันหรือมีความใกล้เคียงกัน แต่แยกออกจากกันด้วยลักษณะเฉพาะบางประการ

จุลพิกัดจึงช่วยให้ผู้เรียนรู้ว่า ตัวยาที่ชื่อใกล้เคียงกันหรืออยู่ในกลุ่มเดียวกันนั้น แตกต่างกันตรงไหน

หลักที่ใช้จำแนกจุลพิกัด

จากหลักคณาเภสัช สามารถพิจารณาความแตกต่างได้ 5 ลักษณะสำคัญ ได้แก่

1. ต่างกันที่ขนาด

เช่น ตัวยาชนิดเดียวกันแต่แยกเป็นขนาดเล็ก–ใหญ่ หรือน้อย–ใหญ่

2. ต่างกันที่สี

เป็นตัวยาชนิดเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน แต่จำแนกตามสี เช่น แดง ขาว ดำ หรือสีอื่นตามชื่อยา

3. ต่างกันที่รส

จำแนกตัวยาตามรสที่แตกต่างกัน เช่น เปรี้ยว–หวาน เป็นต้น

4. ต่างกันที่ชนิด

โดยเฉพาะการจำแนกในลักษณะ เพศผู้–เพศเมีย ตามชื่อเรียกและลักษณะของตัวยาในทางเภสัชกรรมไทย

5. ต่างกันที่ถิ่นกำเนิด

เป็นตัวยาชนิดเดียวกันหรือมีชื่ออยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่แตกต่างกันตามแหล่งที่เกิด เช่น บ้าน–ป่า เหนือ–ใต้ หรือไทย–เทศ เป็นต้น

🧠 PikadThai Understanding
จุลพิกัดไม่ได้เน้นว่า “มียากี่ตัว” เป็นหลัก แต่เน้นการรู้จัก ความแตกต่างของตัวยาที่มีความสัมพันธ์กัน เพื่อไม่ให้ใช้ตัวยาผิดชนิด


⚖️ หลักการกำหนดน้ำหนักของจุลพิกัด

เมื่อนำตัวยาในจุลพิกัดมาใช้ร่วมกัน โดยหลักตัวยาแต่ละสิ่งในพิกัดเดียวกันจะกำหนด สัดส่วนหรือน้ำหนักเท่ากัน

จึงสามารถคิดง่าย ๆ ในลักษณะ

ตัวยาแต่ละตัว = 1 ส่วนเท่ากัน

ตัวอย่างเชิงหลักการ

หากจุลพิกัดหนึ่งประกอบด้วยตัวยา 2 สิ่ง

  • ตัวยาที่ 1 = 1 ส่วน

  • ตัวยาที่ 2 = 1 ส่วน

รวม = 2 ส่วน

ส่วนรายละเอียดว่าจุลพิกัดแต่ละกลุ่มประกอบด้วยตัวยาใดบ้าง จะศึกษาแยกเป็นรายพิกัดต่อไป


2️⃣ พิกัด

พิกัด หรือ พิกัดยา หมายถึง การจำกัดจำนวนตัวยาตั้งแต่ 2 สิ่งขึ้นไป แล้วนำมารวมกันเป็นหมวดและเรียกด้วยชื่อเดียวกัน

จุดสำคัญของพิกัด คือ

ตัวยาทุกสิ่งที่อยู่ในพิกัดเดียวกันใช้น้ำหนักเสมอภาคกัน

กล่าวคือ ถ้ากำหนดให้ตัวยาหนึ่งใช้ 1 ส่วน ตัวยาอื่นในพิกัดเดียวกันก็ใช้ 1 ส่วนเช่นเดียวกัน


🧮 หลักการคำนวณพิกัดยา

หลักคำนวณของพิกัดสามารถเข้าใจได้จากคำว่า “ส่วน”

หากเป็นพิกัดยา 3 สิ่ง

  • ยา A = 1 ส่วน

  • ยา B = 1 ส่วน

  • ยา C = 1 ส่วน

รวมทั้งหมด = 3 ส่วน

หากเป็นพิกัดยา 5 สิ่ง

  • ตัวยาแต่ละสิ่ง = 1 ส่วนเท่ากัน

รวมทั้งหมด = 5 ส่วน

ดังนั้น

จำนวนตัวยาเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนของตัวยาแต่ละตัวในพิกัดยังเท่ากัน

หลักนี้เป็นความแตกต่างสำคัญระหว่าง พิกัด กับ มหาพิกัด


📊 พิกัดยามีอะไรบ้าง

การจัดพิกัดยาตามจำนวนตัวยา แบ่งได้ดังนี้

ประเภท จำนวนพิกัด
พิกัดยา 2 สิ่ง 2 พิกัด
พิกัดยา 3 สิ่ง 10 พิกัด
พิกัดยา 4 สิ่ง 4 พิกัด
พิกัดยา 5 สิ่ง 18 พิกัด
พิกัดยา 7 สิ่ง 6 พิกัด
พิกัดยา 9 สิ่ง 6 พิกัด
พิกัดยา 10 สิ่ง 2 พิกัด
พิกัดยาพิเศษ 4 พิกัด

ชื่อของพิกัดแต่ละพิกัด ตัวยาที่เป็นองค์ประกอบ รสยา และสรรพคุณ จะศึกษาแยกเป็นรายบท เพื่อให้เห็นโครงสร้างของแต่ละพิกัดอย่างชัดเจน


💊 การคิด “น้ำหนักส่วน” ของพิกัดยา

เมื่อกำหนดตัวยาแต่ละสิ่งเป็นสัดส่วนเท่ากัน การนำไปปรุงยาอาจกำหนดน้ำหนักของ “1 ส่วน” แตกต่างกันตามลักษณะของยาที่ปรุง

ตัวอย่างหน่วยที่ใช้กล่าวถึงในหลักคณาเภสัช ได้แก่

  • ยาต้ม — ใช้น้ำหนักส่วนละ 1 บาท

  • ยาผง — ใช้น้ำหนักส่วนละ 1 สลึง

  • ยาดอง — ใช้น้ำหนักส่วนละ 1 เฟื้อง

ดังนั้น หากเป็นพิกัดยา 3 สิ่ง และนำไปทำยาต้ม

  • ตัวยาที่ 1 = 1 บาท

  • ตัวยาที่ 2 = 1 บาท

  • ตัวยาที่ 3 = 1 บาท

รวมตัวยาทั้งหมด = 3 บาท

หลักสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าหนึ่งส่วนต้องมีน้ำหนักเท่าใดเสมอไป แต่คือ

ภายในพิกัดเดียวกัน ตัวยาทุกสิ่งต้องได้รับสัดส่วนเท่ากันตามหน่วยที่กำหนด


3️⃣ มหาพิกัด

มหาพิกัด หมายถึง การจำกัดจำนวนตัวยาหลายสิ่ง นำมารวมเรียกด้วยชื่อเดียวกันเช่นเดียวกับพิกัด แต่มีความแตกต่างสำคัญ คือ

ตัวยาแต่ละสิ่งในมหาพิกัดไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหนักเท่ากัน

การกำหนดสัดส่วนของมหาพิกัดอาศัยการพิจารณาและสังเคราะห์ให้เหมาะสมกับ สมุฏฐาน และวัตถุประสงค์ของการใช้ยา

จึงไม่สามารถใช้หลัก “ทุกตัว 1 ส่วนเท่ากัน” แบบพิกัดทั่วไปได้เสมอไป


🧮 หลักการคำนวณมหาพิกัด

หลักของมหาพิกัดต้องพิจารณา สัดส่วนเฉพาะของตัวยาแต่ละสิ่ง

ตัวอย่างในเชิงโครงสร้าง

หากมหาพิกัดหนึ่งกำหนดให้

  • ตัวยา A = 1 ส่วน

  • ตัวยา B = 2 ส่วน

  • ตัวยา C = 3 ส่วน

การปรุงยาจะต้องรักษาอัตราส่วน

1 : 2 : 3

ไม่ใช่ปรับให้ทุกตัวยาเท่ากัน

ดังนั้น สิ่งที่ต้องจำในมหาพิกัดไม่ใช่เพียงรายชื่อตัวยา แต่ต้องเรียนรู้ควบคู่กันทั้ง

  • จำนวนตัวยา

  • สัดส่วน

  • หลักการจัดยา

  • สมุฏฐานที่เกี่ยวข้อง

  • วัตถุประสงค์ของพิกัดนั้น


🌿 มหาพิกัดแบ่งเป็น 3 กลุ่ม

มหาพิกัดแบ่งออกเป็น

  1. มหาพิกัดตรี

  2. มหาพิกัดเบญจ

  3. มหาพิกัดทั่วไป

แต่ละกลุ่มมีโครงสร้างและหลักในการกำหนดสัดส่วนเฉพาะ ซึ่งจะศึกษาแยกเป็นรายบทต่อไป


🔎 เปรียบเทียบ จุลพิกัด – พิกัด – มหาพิกัด

หลักพิจารณา จุลพิกัด พิกัด มหาพิกัด
แนวคิดหลัก จำแนกตัวยาที่มีความสัมพันธ์กัน กำหนดตัวยาตั้งแต่ 2 สิ่งขึ้นไปเป็นพิกัด รวมตัวยาหลายสิ่งตามหลักเฉพาะ
จุดที่ต้องจำ ความแตกต่างของตัวยา จำนวนและองค์ประกอบของพิกัด จำนวน + สัดส่วน + หลักสังเคราะห์
น้ำหนักตัวยา โดยหลักเท่ากัน เท่ากัน อาจไม่เท่ากัน
การเรียน แยกตามขนาด สี รส ชนิด ที่เกิด แยกตามจำนวนสิ่ง แยกเป็นตรี เบญจ และทั่วไป

🧠 PikadThai Understanding

อย่าจำว่า “คณาเภสัช = รายชื่อพิกัดยา” เพียงอย่างเดียว

หัวใจของคณาเภสัชคือการเข้าใจระบบการจัดกลุ่มยา

สามารถจำภาพรวมง่าย ๆ ได้ว่า

จุลพิกัด = แยกความแตกต่างของยา
พิกัด = รวมยาและให้ส่วนเท่ากัน
มหาพิกัด = รวมยาแต่กำหนดสัดส่วนตามหลักเฉพาะ

เมื่อเข้าใจ 3 หลักนี้ก่อน การเรียนชื่อพิกัดและรายชื่อตัวยาในบทต่อ ๆ ไปจะง่ายขึ้นมาก เพราะผู้เรียนจะรู้ว่าตนกำลังจำข้อมูลประเภทใดและแต่ละชุดถูกสร้างขึ้นตามหลักใด


💡 PikadThai Tip — สูตรจำ

“จุลดูต่าง – พิกัดเท่ากัน – มหาปรับส่วน”

🌱 จุล → ดูว่าอะไร ต่างกัน
⚖️ พิกัด → ตัวยาใช้ส่วน เท่ากัน
🌿 มหา → สัดส่วนสามารถ แตกต่างกันตามหลักกำหนด

สูตรนี้ใช้เป็นกรอบก่อนลงรายละเอียดของพิกัดยาแต่ละชุดได้


🗂️ เส้นทางการศึกษาคณาเภสัชต่อจากบทนี้

จากหลักการพื้นฐาน สามารถศึกษาต่อเป็นลำดับได้ดังนี้

คณาเภสัช
จุลพิกัด
พิกัดยา 2 สิ่ง
พิกัดยา 3 สิ่ง
พิกัดยา 4 สิ่ง
พิกัดยา 5 สิ่ง
พิกัดยา 7 สิ่ง
พิกัดยา 9 สิ่ง
พิกัดยา 10 สิ่ง
พิกัดยาพิเศษ
มหาพิกัดตรี
มหาพิกัดเบญจ
มหาพิกัดทั่วไป

การแยกศึกษาเป็นรายพิกัดทำให้สามารถเรียนรู้ชื่อพิกัด องค์ประกอบของตัวยา รสยา สรรพคุณ และความสัมพันธ์ระหว่างตัวยาได้ครบถ้วนโดยไม่ทำให้เนื้อหาในบทเดียวหนาแน่นเกินไป


🌿 ศึกษาต่อใน PikadThai Herb

เมื่อพบชื่อสมุนไพรหรือเครื่องยาในจุลพิกัด พิกัด หรือมหาพิกัด สามารถศึกษาตัวยาแต่ละชนิดเพิ่มเติมผ่านฐานข้อมูล PikadThai Herb เพื่อเชื่อมจาก “ชื่อยาในพิกัด” ไปสู่เภสัชวัตถุจริง

ข้อมูลที่สามารถศึกษาเพิ่มเติม ได้แก่

  • ชื่อสมุนไพรและชื่อท้องถิ่น

  • ลักษณะของพืช

  • ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา

  • รสยา

  • สรรพคุณยาไทย

  • วิธีใช้และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

Herb บน PikadThai.com


หมายเหตุ
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษาองค์ความรู้ด้านเภสัชกรรมและการแพทย์แผนไทย การนำไปใช้จริงควรพิจารณาชนิดยา ส่วนที่ใช้ ปริมาณ วิธีเตรียม ข้อควรระวัง และสภาวะของผู้รับยาอย่างเหมาะสม