🎨 สีผสมอาหารจากธรรมชาติ
พืชฐานเภสัชกรรมไทย
สีเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ช่วยให้อาหารมี ลักษณะน่ารับประทานและเพิ่มความน่าสนใจ นอกเหนือจากรสชาติและกลิ่น การปรุงและตกแต่งอาหารจึงมีการนำสีมาใช้มาอย่างยาวนาน
ในอดีต สีที่ใช้กับอาหารส่วนใหญ่ได้มาจาก ธรรมชาติ โดยนำส่วนต่าง ๆ ของพืชมาใช้ เช่น
-
🌺 ดอก
-
🍒 ผล
-
🌳 แก่น
-
🍃 ใบ
-
🌱 เหง้า
-
และในบางกรณีอาจได้สีจากสัตว์
ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาสีสังเคราะห์ทางเคมี สีสังเคราะห์จึงถูกนำมาใช้กับอาหารมากขึ้น เนื่องจากให้สีได้สะดวก สีสม่ำเสมอ และมีสีให้เลือกหลากหลาย
อย่างไรก็ตาม หนังสือต้นฉบับกล่าวถึงข้อกังวลด้านความปลอดภัยของ สีสังเคราะห์บางชนิด โดยเฉพาะการใช้สีผิดประเภทหรือใช้ในปริมาณไม่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้
ต้นฉบับจึงให้ความสำคัญกับการรู้จักและเลือกใช้ สีผสมอาหารจากธรรมชาติ ซึ่งหาได้จากพืชที่อยู่ใกล้ตัวและมีการใช้กันมาเป็นเวลานาน
🌈 ทำไมอาหารจึงนิยมแต่งสี?
สีช่วยสร้างการรับรู้ของอาหารตั้งแต่ก่อนรับประทาน
อาหารที่มีสีเหมาะสมสามารถช่วยให้
-
👀 มองดูน่ารับประทาน
-
🍽️ แยกชนิดของอาหารได้ง่าย
-
🧁 สร้างเอกลักษณ์ให้ขนมหรืออาหารแต่ละชนิด
-
🎨 เพิ่มความสวยงามในการจัดสำรับ
-
🌿 สื่อถึงวัตถุดิบที่นำมาใช้
-
🏺 เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาการประกอบอาหารแบบดั้งเดิม
สีธรรมชาติหลายชนิดจึงไม่ได้เป็นเพียง “สี” แต่เป็นส่วนหนึ่งของ กลิ่น รส และเอกลักษณ์ของอาหาร ด้วย
⚠️ สีธรรมชาติกับสีสังเคราะห์
ต้นฉบับกล่าวถึงปัญหาที่พบจากการใช้สีผสมอาหารอย่างไม่ถูกต้อง เช่น การนำ สีที่ไม่ได้กำหนดให้ใช้กับอาหาร มาแต่งอาหาร หรือใช้สีสังเคราะห์ในลักษณะที่ไม่เหมาะสม
ผู้บริโภคบางรายอาจมีอาการผิดปกติเมื่อได้รับสีบางประเภท เช่น
-
คลื่นไส้
-
อาเจียน
-
ท้องเสีย
-
มีรสผิดปกติในปาก
ส่วนการได้รับสารบางชนิดในปริมาณมากหรือต่อเนื่องอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้
ดังนั้น การเลือกใช้สีสำหรับอาหารจึงควรพิจารณาทั้ง ชนิดของสี ปริมาณ และความเหมาะสมในการบริโภค
สำหรับการประกอบอาหารในครัวเรือน สีจากพืชธรรมชาติเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ได้ โดยควรเลือกวัตถุดิบสะอาด สด และเตรียมอย่างถูกสุขลักษณะ
🌿 พืชที่ใช้เป็นสีผสมอาหารจากธรรมชาติ
จากหนังสือต้นฉบับ มีพืชที่นำมาใช้เป็นสีสำหรับอาหารหลายชนิด โดยแต่ละชนิดให้สีแตกต่างกันตาม ส่วนของพืชและสารสีตามธรรมชาติที่อยู่ภายใน
ในหัวข้อนี้ประกอบด้วย
-
🌺 กระเจี๊ยบแดง — สีแดง
-
🟡 ขมิ้น — สีเหลือง
-
🌼 คำฝอย — สีเหลืองส้ม
-
🟠 คำแสด — สีส้มแดง
-
🍃 เตย — สีเขียว
-
🌳 ฝาง — สีชมพูเข้มถึงแดง
-
🦋 อัญชัน — สีน้ำเงินถึงม่วง
1. 🌺 กระเจี๊ยบแดง
กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชที่คนไทยรู้จักทั้งในฐานะสมุนไพรและพืชที่ใช้ประกอบอาหาร โดยส่วนที่นำมาใช้แต่งสีตามต้นฉบับคือ กลีบเลี้ยง
🌿 ชื่อท้องถิ่น
-
กระเจี๊ยบ
-
กระเจี๊ยบเปรี้ยว — ภาคกลาง
-
ผักเก็งเค็ง
-
ส้มเก็งเค็ง — ภาคเหนือ
-
ส้มตะเลงเครง — ตาก
-
ส้มปู — เงี้ยว–แม่ฮ่องสอน
🔎 ลักษณะของพืช
กระเจี๊ยบแดงเป็น ไม้พุ่มขนาดเล็ก
-
สูงประมาณ 3–6 ศอก
-
กิ่งก้านมีสีม่วงแดง
-
ใบมีหลายรูปแบบ
-
ขอบใบบางครั้งมีหยักประมาณ 3 หยัก
-
ดอกมีสีชมพู
-
บริเวณตรงกลางดอกมีสีเข้มกว่าส่วนอื่น
-
กลีบเลี้ยงมี สีแดงเลือดหมู
-
เมื่อกลีบดอกร่วง กลีบรองดอกและกลีบเลี้ยงจะเจริญขึ้น
-
เมื่อแก่จะมี สีม่วงแดงเข้ม
-
เมล็ดอยู่ภายใน
🌱 ส่วนที่ใช้
กลีบเลี้ยง
🎨 สีที่ได้
สีแดงเข้ม
สารสีที่ต้นฉบับระบุคือ
Anthocyanin — แอนโทไซยานิน
🥣 วิธีเตรียมสี
-
ใช้ กลีบเลี้ยงสดหรือแห้ง
-
ต้มกับน้ำ
-
เคี่ยวเพื่อให้สีแดงออกมาให้มากที่สุด
-
กรองเอากากออก
-
ผ้าขาวบางบีบน้ำออกจากกลีบให้หมด
-
นำน้ำกระเจี๊ยบสีแดงเข้มที่ได้ไปใช้แต่งสีอาหาร
🍹 การนำไปใช้
น้ำสีจากกระเจี๊ยบแดงสามารถ
-
ใช้ แต่งสีอาหาร
-
เติมน้ำตาลและเกลือเล็กน้อย
-
ปรุงเป็น เครื่องดื่มกระเจี๊ยบ
💡 พบได้บ่อยใน
สีแดงจากกระเจี๊ยบเหมาะกับอาหารหรือเครื่องดื่มที่ต้องการโทน แดง–ชมพู–แดงอมม่วง เช่น
-
เครื่องดื่มสมุนไพร
-
เยลลี่
-
วุ้น
-
ขนมหวาน
-
ซอสหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสีแดงจากพืช
แอนโทไซยานินเป็นกลุ่มสารสีธรรมชาติที่พบในกระเจี๊ยบแดง และมีการศึกษาการประยุกต์ใช้กระเจี๊ยบแดงเป็นแหล่งสีธรรมชาติในผลิตภัณฑ์อาหารด้วย
2. 🟡 ขมิ้น
ขมิ้นเป็นสมุนไพรที่มี เหง้าอยู่ใต้ดิน และเป็นหนึ่งในพืชให้สีที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด สีเหลืองจากขมิ้นมีความโดดเด่นและถูกนำมาใช้กับอาหารมาอย่างยาวนาน
🌿 ชื่อท้องถิ่น
ต้นฉบับระบุชื่อไว้หลายชื่อ ได้แก่
-
ขมิ้น
-
ขมิ้นแกง
-
ขมิ้นหยวก
-
ขมิ้นหัว — เชียงใหม่
-
ขี้มิ้น
-
หมิ้น
-
ตายอ — กะเหรี่ยง–กำแพงเพชร
-
สะยอ — กะเหรี่ยง–แม่ฮ่องสอน
🔎 ลักษณะของพืช
ขมิ้นเป็น พืชล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน
-
ลงหัวในฤดูแล้ง
-
เนื้อในของเหง้ามี สีเหลืองเข้มถึงสีแสด
-
มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
-
ใบรูปเรียวยาว
-
ปลายใบแหลมคล้ายใบพุทธรักษา
-
ดอกออกเป็นช่อ
-
มีก้านช่อแทงจากเหง้าโดยตรง
-
ดอกมีสีขาวอมเหลือง
-
มีกลีบประดับสีเขียวอมชมพู
🌱 ส่วนที่ใช้
เหง้าใต้ดิน
🎨 สีที่ได้
สีเหลืองเข้ม
สารสีที่ต้นฉบับระบุคือ
Curcumin — เคอร์คิวมิน
🥣 วิธีเตรียมสี
-
ใช้ เหง้าขมิ้นสด
-
ล้างน้ำให้สะอาด
-
ปอกเปลือก
-
บดหรือตำให้ละเอียด
-
เติมน้ำเล็กน้อย
-
คั้นและกรอง
-
จะได้น้ำสีเหลืองเข้ม
-
นำไปใช้แต่งสีอาหาร
🍛 การนำไปใช้
ต้นฉบับยกตัวอย่างการใช้สีจากขมิ้นกับอาหาร เช่น
-
แกงกะหรี่
-
ข้าวหมกไก่
-
แกงเหลือง
-
อาหารหวาน เช่น ข้าวเหนียวเหลือง
สีเหลืองจากขมิ้นช่วยให้อาหารมี สีเหลืองน่ารับประทาน
💡 พบได้บ่อยใน
ขมิ้นเป็นสีธรรมชาติที่เหมาะกับอาหารคาวอย่างมาก โดยเฉพาะอาหารที่ต้องการทั้ง สีเหลือง กลิ่น และลักษณะเฉพาะของเครื่องเทศ
นอกจากครัวเรือนแล้ว ขมิ้นยังมีการใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม สีผสมอาหาร เครื่องเทศ เภสัชกรรม และเครื่องสำอาง โดยสีของเนื้อเหง้าอยู่ในช่วงเหลืองถึงส้ม
3. 🌼 คำฝอย
คำฝอยเป็นพืชล้มลุกที่ให้สีจาก ดอกแก่ มีดอกลักษณะคล้ายดอกดาวเรือง และเมื่อต้นดอกแก่ สีของดอกจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป
🌿 ชื่อท้องถิ่น
-
ดอกคำ — ภาคเหนือ
-
คำยอง
-
คำ — ทั่วไป
🔎 ลักษณะของพืช
คำฝอยเป็น พืชล้มลุก
-
สูงประมาณ 1 เมตร
-
ลำต้นเป็นเหลี่ยม
-
ก้านใบสั้น
-
ใบรูปรีหรือรูปไข่
-
ปลายใบหยักแหลม
-
เนื้อใบเรียบ
-
ดอกออกรวมกันเป็นช่อ
-
อัดกันแน่นบนฐานดอก
-
ช่อดอกมีลักษณะกลมคล้ายดอกดาวเรือง
-
ดอกย่อยเริ่มจากสีเหลือง
-
ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม
-
เมื่อแก่จะเป็น สีส้มแดง
🌱 ส่วนที่ใช้
ดอกแก่
🎨 สีที่ได้
สีเหลืองส้ม
สารสีที่ต้นฉบับระบุคือ
Safflower yellow
🥣 วิธีเตรียมสี
-
นำ ดอกแก่
-
ชงกับน้ำร้อน
-
กรองเอากากออก
-
จะได้น้ำ สีเหลืองส้ม
-
ใช้แต่งสีอาหารที่ต้องการให้เป็นสีเหลือง
🍚 การนำไปใช้
สีจากคำฝอยเหมาะกับอาหารที่ต้องการ โทนสีเหลืองถึงเหลืองส้ม
💡 พบได้บ่อยใน
เหมาะสำหรับประยุกต์ใช้ใน
-
เครื่องดื่ม
-
ขนมหวาน
-
วุ้นหรือเจล
-
ข้าวหรืออาหารที่ต้องการสีเหลืองอ่อน
-
ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสีเหลืองจากพืชโดยไม่ต้องใช้สีสังเคราะห์
จุดเด่นของคำฝอยคือสามารถให้สีในโทนเหลืองส้มที่แตกต่างจาก สีเหลืองจัดของขมิ้น จึงเลือกใช้ได้ตามลักษณะและสีที่ต้องการของอาหาร
4. 🟠 คำแสด
คำแสดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ผลเป็นรูปไข่และภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก ส่วนสำคัญที่นำมาใช้ให้สีคือ เมล็ด
🌿 ชื่อท้องถิ่น
ต้นฉบับระบุชื่อไว้หลายชื่อ เช่น
-
คำแสด
-
คำแจะ
-
คำแงะ
-
คำเงาะ
-
คำยง
-
ชาติ — เขมร
-
จำปู้ — เขมร–สุรินทร์
-
มะกายหยุม
-
แสด — ภาคเหนือ
-
หมากมอง — แม่ฮ่องสอน
🔎 ลักษณะของพืช
คำแสดเป็น ไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก
-
กิ่งอ่อนมีกลีบสีน้ำตาลคลุมอยู่มาก
-
ใบติดกับลำต้นแบบเรียงสลับ
-
ใบมีรูปร่างคล้ายใบโพธิ์
-
ขอบใบเรียบ
-
ปลายใบแหลม
-
ก้านใบยาว
-
ดอกออกเป็นช่อ
-
ดอกมีสีชมพูอมม่วงหรือแดง
-
ผลเป็นรูปไข่ปลายแหลม
-
มีขนยาว
-
ผลอ่อนสีเขียว
-
เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีแดงจนถึงน้ำตาล
-
ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
🌱 ส่วนที่ใช้
เมล็ด
🎨 สีที่ได้
สีแดงอมส้ม / สีส้มแดง
สารสีที่ต้นฉบับระบุคือ
Bixin — บิกซิน
🥣 วิธีเตรียมสี
ต้นฉบับระบุวิธีเตรียมได้หลายแบบ
วิธีที่ 1
-
นำเมล็ดมาแช่น้ำ
-
คนแรง ๆ
-
สีจะละลายออกมาในน้ำ
วิธีที่ 2
-
นำเมล็ดคำแสดมาบด
-
แช่น้ำ
-
กรองเมล็ดออกด้วยผ้าขาวบาง
-
ตั้งทิ้งไว้ให้สีตกตะกอน
-
รินน้ำใสทิ้ง
-
นำตะกอนสีแดงไปใช้
🍨 การนำไปใช้
ต้นฉบับระบุว่าสีคำแสดสามารถใช้แต่งอาหารประเภท ไขมัน เช่น
-
ฝอยทอง
-
เนย
-
ไอศกรีม
และยังใช้
-
ย้อมผ้าฝ้าย
-
ย้อมผ้าไหม
ได้ด้วย
💡 พบได้บ่อยใน
สีจากคำแสดเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ สีเหลืองส้มถึงส้มแดง และมีประวัติการใช้สีจากเมล็ดคำแสดทั้งในอาหารและงานย้อมสีธรรมชาติ โดยสารสำคัญกลุ่มหนึ่งคือ bixin
⚠️ ข้อมูลจากต้นฉบับ
หนังสือต้นฉบับยังระบุปริมาณการรับสีจากเมล็ดคำแสดตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลกไว้ด้วย
ไม่เกิน 0.065 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อ 1 วัน
ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลตามที่ปรากฏในหนังสือต้นฉบับชุดนี้
5. 🍃 เตย
เตยเป็นพืชล้มลุก ออกเป็นกอ ใบเรียวยาวและมีกลิ่นหอม นิยมใช้มากในอาหารไทยทั้งในฐานะ สารแต่งสีและสารแต่งกลิ่น
🌿 ชื่อท้องถิ่น
-
ปาหนะวองิง — มลายู–นราธิวาส
-
หวานข้าวใหม่ — ภาคเหนือ
🔎 ลักษณะของพืช
เตยเป็นพืชล้มลุก
-
ออกเป็นกอ
-
มีรากอากาศบริเวณข้างลำต้น
-
ใบเดี่ยว
-
ขยี้ใบแล้วมีกลิ่นหอม
-
ใบติดกับลำต้นแบบเวียนสลับแน่นอยู่โดยรอบ
-
ใบรูปเรียวยาว
-
ปลายแหลม
-
ริมใบเรียบ
-
ส่วนปลายใบและตามเส้นกลางใบด้านหลังมีหนามเล็ก ๆ
-
ต้นที่ปลูกโดยวิธีแยกหน่ออ่อนไม่ค่อยพบดอก
🌱 ส่วนที่ใช้
ใบสด
🎨 สีที่ได้
สีเขียว
ต้นฉบับระบุสารสีว่า
-
Xanthophyll
-
Chlorophyll
🥣 วิธีเตรียมสี
-
เลือกใบเตยสดที่สะอาด
-
หั่นตามขวาง
-
โขลก
-
เติมน้ำเล็กน้อย
-
คั้น
-
กรองผ่านผ้าขาวบาง
-
จะได้น้ำสีเขียวที่มีกลิ่นหอม
🍰 การนำไปใช้
น้ำใบเตยใช้แต่ง
อาหารคาวและอาหารหวาน
ต้นฉบับยกตัวอย่าง เช่น
-
ลอดช่อง
-
ขนมเปียกปูน
-
วุ้นกะทิ
-
น้ำเก๊กฮวย
-
เค้ก
นอกจากนี้ บางครั้งยังนำใบมาโขลกพอแหลก ต้มกับน้ำตาลเล็กน้อย ทำเป็น ชาใบเตย ซึ่งมีสีเขียวและกลิ่นหอม
💡 พบได้บ่อยใน
หากพูดถึงสีเขียวแบบอาหารไทย ใบเตยเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะขนมไทยและผลิตภัณฑ์ที่ต้องการทั้ง
🎨 สีเขียว + 🌿 กลิ่นหอมเฉพาะของเตย
จึงแตกต่างจากการใช้สีที่มีหน้าที่ให้สีเพียงอย่างเดียว
6. 🌳 ฝาง
ฝางเป็นไม้ยืนต้นที่มีหนามทั่วไป ใบเป็นใบประกอบ และส่วนที่นำมาใช้ให้สีคือ แก่น
🌿 ชื่อท้องถิ่น
-
ฝางส้ม — กาญจนบุรี
🔎 ลักษณะของพืช
ฝางเป็น ไม้ยืนต้น
-
สูงได้ถึงประมาณ 10 เมตร
-
ตามลำต้นและกิ่งมีหนามอยู่ทั่วไป
-
ใบติดกับลำต้นแบบสลับ
-
เป็นใบประกอบ
-
มีใบย่อยเล็ก ๆ จำนวนมาก
-
ดอกติดกับก้านใบย่อย
-
ดอกออกจากก้านใบรวมเป็นช่อ
-
ดอกสีเหลือง
-
มีเส้นสีแดงบนกลีบดอก
-
ฝักแบน
-
ภายในมีเมล็ดประมาณ 2–4 เมล็ด
🌱 ส่วนที่ใช้
แก่น
🎨 สีที่ได้
สีชมพูเข้ม
ต้นฉบับใช้คำว่า
Sappan red
🥣 วิธีเตรียมสี
-
นำแก่นฝางมาแช่น้ำ
-
จะได้น้ำ สีชมพูเข้ม
-
นำไปใช้แต่งสีอาหาร
🍹 การนำไปใช้
สีจากฝางเหมาะกับอาหารหรือเครื่องดื่มที่ต้องการโทน
ชมพูเข้ม → แดง
💡 พบได้บ่อยใน
ในครัวและงานสมุนไพร สามารถพบการใช้ฝางในรูปของ น้ำต้มจากแก่น ซึ่งให้สีแดงหรือชมพูเข้มตามความเข้มข้นและวิธีเตรียม
จึงเหมาะกับ
-
เครื่องดื่ม
-
น้ำสมุนไพร
-
ขนม
-
วุ้น
-
อาหารที่ต้องการสีแดงจากวัตถุดิบธรรมชาติ
7. 🦋 อัญชัน
อัญชันเป็นไม้เลื้อยที่ขึ้นเองตามธรรมชาติได้ และมีดอกขนาดใหญ่สีม่วงหรือสีน้ำเงิน ดอกสดเป็นส่วนที่นิยมใช้สำหรับแต่งสีอาหาร
🌿 ชื่อท้องถิ่น
-
แดงชัน — เชียงใหม่
-
เอื้องชัน — ภาคเหนือ
🔎 ลักษณะของพืช
อัญชันเป็น ไม้เลื้อยขึ้นเองตามธรรมชาติ
-
ใบติดกับลำต้นแบบสลับ
-
เป็นใบประกอบ
-
มีใบย่อยประมาณ 5–7 ใบ
-
ใบย่อยรูปรีหรือขอบขนาน
-
ปลายใบมน
-
เนื้อใบด้านบนค่อนข้างเรียบ
-
มีขนอ่อนทั้งด้านบนและด้านล่าง
-
ดอกสีน้ำเงินอมม่วง
-
ดอกคล้ายดอกถั่ว
-
ฝักค่อนข้างแบน
-
ยาวประมาณ 5–12 เซนติเมตร
-
มีขนอยู่ทั่วไป
-
ภายในมีเมล็ด
-
เมล็ดมีลักษณะกลมหรือค่อนข้างแบน
🌱 ส่วนที่ใช้
ดอกสด
🎨 สีที่ได้
สีน้ำเงินเข้ม
สารสีที่ต้นฉบับระบุคือ
Anthocyanin — แอนโทไซยานิน
🥣 วิธีเตรียมสี
-
ใช้ กลีบดอกสด
-
ตำ
-
เติมน้ำเล็กน้อย
-
กรองด้วยผ้าขาวบาง
-
คั้นน้ำออก
-
จะได้น้ำ สีน้ำเงินเข้ม
🍋 เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีม่วงได้อย่างไร?
ต้นฉบับระบุว่า
เมื่อนำน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อย น้ำสีน้ำเงินจะกลายเป็น สีม่วง
จึงสามารถเลือกใช้สีตามลักษณะอาหารที่ต้องการได้
การเปลี่ยนสีนี้สอดคล้องกับคุณสมบัติของสารกลุ่มแอนโทไซยานินในดอกอัญชัน ซึ่งสีสามารถเปลี่ยนไปตามสภาวะความเป็นกรด–ด่าง
🍮 การนำไปใช้
ต้นฉบับระบุว่าสีน้ำเงินและสีม่วงจากอัญชันนิยมใช้แต่งสีขนม เช่น
-
ขนมเรไร
-
ขนมน้ำดอกไม้
-
ขนมชั้น
💡 พบได้บ่อยใน
ปัจจุบันอัญชันยังเหมาะกับ
-
เครื่องดื่ม
-
ขนมไทย
-
ข้าว
-
วุ้น
-
เจลลี่
-
ผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องการสีน้ำเงินหรือม่วงจากพืช
อัญชันได้รับความสนใจในฐานะพืชให้สีจากธรรมชาติ และมีการนำดอกไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม
📊 สรุปสีผสมอาหารจากธรรมชาติ
| พืช | ส่วนที่ใช้ | สีที่ได้ | สารสีที่ต้นฉบับระบุ | ตัวอย่างการใช้ |
|---|---|---|---|---|
| 🌺 กระเจี๊ยบแดง | กลีบเลี้ยง | แดงเข้ม | Anthocyanin | เครื่องดื่ม ขนม อาหาร |
| 🟡 ขมิ้น | เหง้า | เหลือง | Curcumin | แกงกะหรี่ ข้าวหมกไก่ แกงเหลือง ข้าวเหนียวเหลือง |
| 🌼 คำฝอย | ดอกแก่ | เหลืองส้ม | Safflower yellow | แต่งอาหารที่ต้องการสีเหลือง |
| 🟠 คำแสด | เมล็ด | ส้มแดง | Bixin | ฝอยทอง เนย ไอศกรีม |
| 🍃 เตย | ใบสด | เขียว | Xanthophyll, Chlorophyll | ลอดช่อง ขนมเปียกปูน วุ้นกะทิ เค้ก |
| 🌳 ฝาง | แก่น | ชมพูเข้ม–แดง | Sappan red | อาหารและเครื่องดื่ม |
| 🦋 อัญชัน | ดอกสด | น้ำเงิน / ม่วง | Anthocyanin | ขนมเรไร ขนมน้ำดอกไม้ ขนมชั้น |
🎨 จำง่าย ๆ — พืชอะไรให้สีอะไร?
🌺 กระเจี๊ยบแดง → แดง
🟡 ขมิ้น → เหลือง
🌼 คำฝอย → เหลืองส้ม
🟠 คำแสด → ส้มแดง
🍃 เตย → เขียว
🌳 ฝาง → ชมพูเข้ม–แดง
🦋 อัญชัน → น้ำเงิน และเปลี่ยนเป็นม่วงเมื่อเติมมะนาว
🧠 PikadThai Tip
สูตรจำ 7 สีจากธรรมชาติ
“แดงกระเจี๊ยบ เหลืองขมิ้น เหลืองส้มคำฝอย ส้มแดงคำแสด เขียวเตย แดงฝาง น้ำเงินอัญชัน”
หรือจำตาม ส่วนของพืช
🌺 กลีบเลี้ยงกระเจี๊ยบ
🌱 เหง้าขมิ้น
🌼 ดอกคำฝอย
🌰 เมล็ดคำแสด
🍃 ใบเตย
🌳 แก่นฝาง
🦋 ดอกอัญชัน
เพียงจำ “ส่วนที่ให้สี” ก็ช่วยเชื่อมโยงไปถึงวิธีเตรียมได้ง่ายขึ้น
🌿 สีธรรมชาติไม่ใช่แค่เรื่องของสี
สิ่งที่น่าสนใจของการใช้พืชเป็นสีผสมอาหาร คือพืชแต่ละชนิดไม่ได้ให้เพียงสีเท่านั้น
บางชนิดให้ทั้ง
-
🎨 สี
-
👃 กลิ่น
-
👅 รส
-
🌿 เอกลักษณ์ของวัตถุดิบ
-
🏺 และความเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาอาหารไทย
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เตย ซึ่งให้ทั้งสีเขียวและกลิ่นหอม หรือ ขมิ้น ซึ่งให้ทั้งสีเหลือง กลิ่น และลักษณะเฉพาะของอาหาร
ขณะที่ อัญชัน แสดงให้เห็นคุณสมบัติที่น่าสนใจของสารสีธรรมชาติ เพราะสามารถเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีม่วงเมื่อสภาพแวดล้อมมีความเป็นกรดมากขึ้น
จึงกล่าวได้ว่า การแต่งสีอาหารจากพืชเป็นส่วนหนึ่งของความรู้ที่เชื่อมโยงระหว่าง
🌱 พืช
↓
💊 เภสัชกรรมไทย
↓
🍲 อาหาร
↓
🎨 สีธรรมชาติ
↓
🏺 ภูมิปัญญาและวิถีชีวิต
⚠️ หมายเหตุ
เนื้อหาหลักในบทความนี้เรียบเรียงจากหัวข้อ “สีผสมอาหารจากธรรมชาติ” ตามหนังสือต้นฉบับ โดยคงสาระสำคัญเกี่ยวกับบทนำ ชื่อท้องถิ่น ลักษณะของพืช ส่วนที่ใช้ วิธีเตรียมสี สารสี และตัวอย่างการใช้ตามที่ปรากฏในต้นฉบับ
ส่วนหัวข้อ “พบได้บ่อยใน / การนำไปใช้เพิ่มเติม” เป็นการเรียบเรียงเพื่อช่วยให้ผู้อ่านเชื่อมโยงการใช้สีธรรมชาติกับอาหารและผลิตภัณฑ์ที่พบในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น โดยไม่ได้เพิ่มเติมสรรพคุณทางยาของพืชแต่ละชนิด
การนำสีจากพืชมาใช้กับอาหารควรเลือกวัตถุดิบที่สะอาด ปลอดภัย และเหมาะสำหรับการบริโภค รวมถึงไม่ควรตีความว่า “มาจากธรรมชาติ” หมายถึงสามารถใช้ในปริมาณเท่าใดก็ได้เสมอไป
เภสัชวัตถุ ( หลักการ )