← กลับไป: เภสัชกรรม
เภสัชกรรม เภสัชกรรม

ยาลูกกลอน

📖 Knowledge Article 🖼️ 3 รูป

Gallery

แกลเลอรีรูปภาพ

2 รูป

💊 การทำยาลูกกลอน

ยาลูกกลอน เป็นรูปแบบหนึ่งของยาสมุนไพร มีลักษณะเป็นเม็ดกลม ทำจากผงยาชนิดเดียวหรือหลายชนิดผสมกับสารที่ช่วยให้ผงยาเกาะตัว เช่น น้ำ น้ำแป้ง หรือน้ำผึ้ง

ยาลูกกลอนน้ำผึ้งเป็นรูปแบบที่ใช้กันมาก โดยนำ ผงยาและน้ำผึ้ง มาผสมกันจนมีเนื้อเหมาะสม แล้วทำเป็นเม็ดกลม

น้ำผึ้งนอกจากทำหน้าที่เป็น ตัวประสาน ให้ผงยารวมตัวเป็นเม็ดแล้ว ยังช่วยปรับรสของยาได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำผึ้งในปริมาณมากทำให้ต้นทุนการผลิตสูง จึงต้องควบคุมสัดส่วนให้เหมาะสมกับลักษณะของผงยา


🍯 ขั้นตอนสำคัญที่ 1 : การเคี่ยวน้ำผึ้ง

ก่อนนำมาผสมกับผงยา ต้องเตรียมน้ำผึ้งให้เหมาะสมเสียก่อน

การเคี่ยวน้ำผึ้งมีจุดประสงค์สำคัญคือ

  • ช่วยลดเชื้อโรค

  • ลดน้ำที่มีอยู่ในน้ำผึ้ง

  • ทำให้ลูกกลอนไม่ขึ้นราได้ง่าย

  • ช่วยให้สามารถเก็บยาได้นานขึ้น


⚖️ สัดส่วนของน้ำผึ้งกับผงยา

โดยทั่วไปใช้น้ำผึ้งผสมกับผงยาในอัตราประมาณ

น้ำผึ้ง : ผงยา = 1 : 1 โดยน้ำหนัก

แต่สัดส่วนนี้เป็นเพียงค่าประมาณ เนื่องจากผงยาแต่ละตำรับมีคุณสมบัติแตกต่างกัน

ผงยาที่อาจใช้น้ำผึ้งน้อย

เช่น ผงยาที่มีส่วนประกอบของ

  • ยาดำ

  • มหาหิงคุ์

ตัวยาเหล่านี้อาจต้องใช้น้ำผึ้งในการผสมน้อยกว่า

ผงยาที่อาจใช้น้ำผึ้งมาก

เช่น ผงยาที่ประกอบด้วย

  • แก่นไม้

  • รากไม้

  • เกสรดอกไม้

จึงต้องพิจารณาจากลักษณะของผงยาจริงขณะผสม ไม่ควรยึดสัดส่วนโดยไม่สังเกตเนื้อยา


🔥 วิธีเคี่ยวน้ำผึ้ง

1. เตรียมภาชนะ

เทน้ำผึ้งลงใน หม้อขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้


2. ตั้งไฟ

นำหม้อที่ใส่น้ำผึ้งขึ้นตั้งไฟ

ช่วงแรกให้ใช้ ไฟแรง และคนให้น้ำผึ้งเข้ากัน


3. สังเกตฟองของน้ำผึ้ง

เมื่อเริ่มเดือด น้ำผึ้งจะเกิดฟองใหญ่และฟูสูง

ให้เคี่ยวต่อไปจนกระทั่ง

ฟองใหญ่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นฟองเล็กละเอียด

ใช้เวลาประมาณ

10–15 นาที

ลักษณะของฟองเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดว่าน้ำผึ้งเคี่ยวได้เหมาะสมหรือยัง


💧 การทดสอบน้ำผึ้งที่เคี่ยวแล้ว

นอกจากการดูฟองแล้ว เอกสารยังระบุวิธีทดสอบโดยใช้ น้ำอุณหภูมิปกติ

หยดน้ำผึ้งที่เคี่ยวแล้วลงในน้ำ แล้วสังเกตลักษณะ

🍯 น้ำผึ้งที่เคี่ยวได้เหมาะสม

ควรมีลักษณะ

  • สีเข้มกว่าเดิม

  • เมื่อหยดลงในน้ำ จะไม่แข็งจนเกินไป

  • รวมตัวกันได้

  • ไม่ละลายกระจายทันที

หากลักษณะยังไม่เหมาะสม ให้เคี่ยวต่อและทดสอบอีกครั้ง

เมื่อเคี่ยวได้ที่แล้ว ให้เติมน้ำเดือดตามกรรมวิธีในเอกสาร แล้วเคี่ยวต่อจนได้น้ำผึ้งที่มีความเหนียวเหมาะสมกับผงยาที่จะนำมาผสม

💡 PikadThai Tip
อย่าดูเพียงเวลาในการเคี่ยว ควรดู ฟอง สี และความเหนียวของน้ำผึ้งร่วมกัน เพราะน้ำผึ้งแต่ละชนิดมีปริมาณน้ำและความข้นต่างกัน


🌡️ ขั้นตอนหลังเคี่ยวน้ำผึ้ง

เมื่อน้ำผึ้งเคี่ยวได้ที่แล้ว

  1. ยกหม้อลงจากเตา

  2. กรองด้วย ผ้าขาวบาง

  3. กวนต่อเป็นระยะจนเริ่มเย็น

  4. เมื่อน้ำผึ้งเย็นแล้วจึงนำไปผสมกับผงยา


🥣 ขั้นตอนสำคัญที่ 2 : การผสมน้ำผึ้งกับผงยา

ขั้นตอนนี้มีผลโดยตรงว่ายาจะสามารถทำเป็นลูกกลอนได้ดีหรือไม่

วิธีผสม

  1. นำผงยาที่เตรียมไว้ใส่ภาชนะที่ แห้งและสะอาด

  2. ค่อย ๆ เทน้ำผึ้งที่เคี่ยวและพักจนเย็นแล้วลงบนผงยา ทีละทัพพี

  3. ใช้มือคลุกเคล้าให้ผงยากับน้ำผึ้งเข้ากัน

  4. เติมน้ำผึ้งทีละน้อยจนได้เนื้อยาที่สามารถรวมตัวและขึ้นรูปได้


✋ วิธีตรวจเนื้อยาว่าใช้ได้หรือยัง

หยิบเนื้อยาที่ผสมแล้วขึ้นมาทดลองปั้นเป็นเม็ดด้วยมือ แล้วตรวจดูว่า

  • เนื้อยาติดกันดีหรือไม่

  • ยาติดมือหรือไม่

  • เมื่อปั้นแล้วแตกหรือร่วนหรือไม่

ลักษณะที่เหมาะสม

หากปั้นเป็นเม็ดได้

  • ไม่ติดมือมาก

  • ไม่แตก

  • ไม่ร่วน

แสดงว่าเนื้อยามีความเหมาะสมสำหรับนำไปทำลูกกลอน

ถ้ายังแตกหรือร่วน แสดงว่าส่วนผสมยังไม่เหมาะสมและต้องปรับปริมาณตัวประสาน


⚠️ ข้อควรระวังระหว่างคลุกยา

มือต้องสะอาดและแห้ง

หากมือเปียกชื้น อาจทำให้

  • ยาขึ้นรา

  • หรือเกิดจุดสีบนเม็ดยาได้


⚙️ วิธีทำยาลูกกลอน

จากเอกสารแบ่งกรรมวิธีทำเม็ดยาลูกกลอนได้ 3 วิธีหลัก

  1. ใช้เครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน

  2. ใช้รางกลิ้งยา

  3. ใช้มือปั้นทีละเม็ด


⚙️ วิธีที่ 1 : ใช้เครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน

🧰 เครื่องมือและอุปกรณ์

  • เครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน

  • เครื่องรีดเส้นยา

  • ยาที่คลุกน้ำผึ้งไว้เรียบร้อยแล้ว

  • ถาดสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่และขนาดกลาง

  • ผ้าสะอาดผืนเล็ก

  • กะละมังขนาดใหญ่

  • แปรงทองเหลือง สำหรับแปรงยาที่ติดเครื่องรีดเส้นยา

  • โต๊ะหรือเก้าอี้ สำหรับวางถาดรับยาที่ออกจากเครื่อง

  • ทัพพี

  • มีด


🧹 การเตรียมเครื่องมือ

ก่อนทำยา ต้องทำความสะอาด

  • เครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน

  • เครื่องรีดเส้นยา

โดย

  1. ใช้น้ำเดือดเทราดเครื่อง

  2. เช็ดให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาด

  3. เช็ดด้วย สำลีชุบแอลกอฮอล์ อีกครั้ง

จากนั้นนำถาดที่แห้งและสะอาดมารองรับยา


🔄 ขั้นตอนการผลิตด้วยเครื่อง

1. รีดเนื้อยาเป็นเส้น

นำยาที่คลุกน้ำผึ้งหรือสารยึดเกาะอื่น ๆ เรียบร้อยแล้ว เข้า เครื่องรีดเส้นยา 1–2 ครั้ง

เพื่อให้ได้เส้นยาที่

  • กลม

  • แน่น

  • เรียบ

จากนั้นตัดเส้นยาให้มีความยาวเหมาะสมกับเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน


2. เข้าเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน

เปิดเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน

นำเส้นยาที่เตรียมไว้เข้าเครื่องตามความยาวที่กำหนด

เครื่องจะตัดเส้นยาออกเป็น เม็ดกลม ๆ

แล้วตกลงบนถาดรองรับยา


3. คัดเลือกเม็ดยา

คัดเม็ดยาที่ไม่ได้ขนาดหรือรูปร่างไม่เหมาะสมออก

ส่วนเม็ดที่ได้มาตรฐานจึงนำเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป


4. เคลือบผิวเม็ดยา

นำเม็ดยาที่ผ่านการคัดแล้วใส่ในถังเคลือบยาเม็ด ในปริมาณที่เหมาะสม

เปิดเครื่องหมุนถังจนยา

  • กลม

  • เรียบ

  • มีผิวสม่ำเสมอ


5. อบยา

นำยาเข้าอบที่อุณหภูมิ

50–55 °C

ประมาณ

4–6 ชั่วโมง

จนยาแห้งดี

จากนั้น

  1. นำออกจากตู้อบ

  2. พักให้เย็น

  3. เก็บใส่ขวดโหล

  4. ปิดฝาให้แน่นเพื่อป้องกันความชื้น


🪵 วิธีที่ 2 : ใช้รางกลิ้งยา

เป็นกรรมวิธีที่ใช้ รางกลิ้งยาและฝาประกบ เพื่อแบ่งและกลิ้งเนื้อยาให้ได้เป็นเม็ดขนาดใกล้เคียงกัน


🧰 เครื่องมือและอุปกรณ์

  • รางกลิ้งยา พร้อมฝาประกบ

  • กะละมังขนาดใหญ่

  • ถาดสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่และขนาดกลาง

  • ชามขนาดกลาง

  • ผ้าสะอาดผืนเล็ก

  • กาต้มน้ำขนาดใหญ่

  • โต๊ะสำหรับวางรางกลิ้งยา

  • น้ำมันพืช หรือน้ำมันที่ไม่มีกลิ่น


🧹 การเตรียมรางกลิ้งยา

  1. ทำความสะอาดรางกลิ้งยาและฝาประกบด้วยน้ำเดือด

  2. เช็ดให้แห้งสนิท

  3. เช็ดซ้ำด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์

  4. พักให้แห้งก่อนใช้งาน


🛢️ การเตรียมน้ำมันสำหรับทาราง

นำชามขนาดกลางใส่

  • สำลีประมาณครึ่งชาม

  • น้ำมันพืช หรือน้ำมันไม่มีกลิ่นประมาณ 1 ใน 4 ของน้ำในชาม

ใช้สำลีชุบน้ำมันสำหรับเช็ดราง เพื่อช่วยลดการติดของเนื้อยากับรางกลิ้ง

ก่อนทาควรบีบน้ำมันส่วนเกินออกเล็กน้อย


🪵 ส่วนประกอบของรางกลิ้งยา

จากภาพในเอกสาร ประกอบด้วย

  • รางกลิ้งยา

  • ฝาประกบรางกลิ้งยา

  • ถาดรองรับยาเม็ด

  • โต๊ะสำหรับกลิ้งยาเม็ด

ร่องบนรางจะเป็นตัวกำหนดขนาดของเม็ดยาที่ได้


🔄 วิธีการกลิ้งยาเม็ดลูกกลอน

1. เตรียมเส้นยา

หยิบยาที่เตรียมไว้แล้วมาใส่ เครื่องรีดเส้นยา

รีดให้ได้เส้นยากลมที่มีขนาดเท่ากับขนาดของร่องในรางกลิ้ง

หรือใช้มือกลิ้งเส้นยาให้ได้ขนาดที่เหมาะสมก็ได้


2. วางเส้นยาบนราง

นำเส้นยาวางลงบนรางตาม ช่วงความยาวสำหรับวางเส้นยา


3. ใช้ฝาประกบกลิ้ง

วางฝาประกบลงบนเส้นยา

ค่อย ๆ กลิ้งไป–มา พร้อมกดน้ำหนักลงบนรางทีละน้อย

เมื่อฝาประกบสัมผัสกับขอบรางมากขึ้น ให้เพิ่มน้ำหนักในการกลิ้ง

กลิ้งไป–มาประมาณ

4–5 ครั้ง

จนเนื้อยาถูกแบ่งและกลิ้งเป็นเม็ด

จากนั้นดันฝาประกบไปทางด้านหน้า เพื่อให้เม็ดยาตกลงในถาดรอง


🛢️ ถ้ายาเริ่มติดราง ทำอย่างไร?

เมื่อกลิ้งยาไปหลายครั้ง อาจพบว่า

  • ยาเริ่มติดราง

  • ยาไม่มีเงา

  • ผิวไม่เรียบ

ให้ใช้ สำลีชุบน้ำมันที่ไม่มีกลิ่น ทาบาง ๆ บน

  • รางกลิ้งยา

  • ฝาประกบ

⚠️ ต้องระวังไม่ทาน้ำมันมากเกินไป

และควรเช็ดรางไป ในทิศทางเดียวกัน ไม่ย้อนกลับไปมา เพราะอาจทำให้ขอบร่องเสียหายได้


🌡️ การอบหลังกลิ้งยา

เมื่อกลิ้งยาได้จำนวนมากแล้ว

  1. รวบรวมยาใส่ถาดใหญ่

  2. นำเข้าอบ

ใช้ตู้อบไฟฟ้าหรือเตาที่เหมาะสมที่

50–55 °C

ประมาณ

4–6 ชั่วโมง

จนยามีลักษณะแห้งดี

จากนั้น

  • นำออกมาพักให้เย็น

  • บรรจุในภาชนะป้องกันความชื้น เช่น ขวดโหล

  • ปิดฝาให้แน่น


✋ วิธีที่ 3 : ปั้นด้วยมือทีละเม็ด

การปั้นเม็ดด้วยมือเป็นวิธีที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือขึ้นรูป

เอกสารระบุให้

  1. แบ่งเนื้อยาที่ผสมแล้วออกเป็นส่วนเล็ก ๆ

  2. ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดประมาณ ปลายนิ้วก้อย

  3. เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5 เซนติเมตร

  4. พยายามปั้นให้กลมและมีขนาดสม่ำเสมอ


🍯 ระหว่างปั้นต้องสังเกตความชื้นของเนื้อยา

ขณะปั้น น้ำผึ้งที่ผสมอยู่ในผงยาจะค่อย ๆ แห้งลง

หากปั้นแล้วเม็ดแตกหรือร่วน แสดงว่า น้ำผึ้งน้อยเกินไป

ให้เติมน้ำผึ้งและผสมให้เข้ากัน แล้วจึงปั้นต่อ

แต่ถ้าน้ำผึ้งมากเกินไป จะทำให้

  • ลูกกลอนเกาะตัว

  • เม็ดยารวมกัน

  • แตกหรือเสียรูปได้ง่าย

ดังนั้นต้องปรับปริมาณน้ำผึ้งให้พอดี


🌡️ การทำให้แห้งหลังปั้น

วางลูกกลอนหรือเม็ดยาที่ปั้นเสร็จลงบนถาด โดยไม่ให้เม็ดซ้อนทับกัน

นำเข้าอบที่

50–55 °C

ให้ยาแห้งสม่ำเสมอ

ไม่ควรอบนานเกินไป เพราะจะทำให้

  • เม็ดยาแข็งมาก

  • แตกได้ง่าย

เมื่อยาแห้งดีแล้วจึงเก็บใน ขวดโหลที่สะอาดและปิดมิดชิด


⚠️ สาเหตุที่ทำให้ยาลูกกลอนไม่เป็นเม็ดหรือมีลักษณะผิดปกติ

เอกสารสรุปสาเหตุสำคัญไว้หลายประการ

1. 🍯 น้ำผึ้งน้อยเกินไป

ทำให้เนื้อยาแห้งเกินไป

ผลที่เกิดขึ้นคือ

  • เส้นยาแข็ง

  • ยาแตก

  • ขึ้นรูปยาก


2. 🍯 น้ำผึ้งมากเกินไป

ทำให้เนื้อยานิ่มเกินไป

ผลคือ

  • กลิ้งเม็ดยาไม่ได้ดี

  • ยาติดอุปกรณ์

  • รูปร่างเสีย


3. 📏 เส้นยาที่รีดเล็กกว่ามาตรฐาน

ถ้าเส้นยามีขนาดเล็กกว่าร่องมาตรฐาน

  • ยาจะไม่เต็มเม็ด

  • บางครั้งเม็ดยาจะมีลักษณะเป็น ร่องตรงกลาง


4. 🪵 กลิ้งครั้งแรกแรงเกินไป

หากออกแรงกดมากเกินตั้งแต่ครั้งแรก

อาจทำให้

  • ยาแบน

  • ยาติดราง

  • ไม่สามารถขึ้นรูปเป็นเม็ดได้ดี


5. 🛢️ ใช้น้ำมันทารางมากเกินไป

น้ำมันที่ใช้กับรางต้องใช้เพียงบาง ๆ

หากใช้มากเกิน

  • ผิวเม็ดจะเปียก

  • เม็ดยาอาจหลุดออกจากร่อง

  • การกลิ้งครั้งต่อไปทำให้ผิวเม็ดยาไม่เรียบ


💡 PikadThai Tips — จำหลักยาลูกกลอนให้ง่าย

🍯 1. น้ำผึ้งคือหัวใจของเนื้อยา

ไม่ใช่เพียง “ใส่ให้เหนียว”

แต่ต้องใส่ในระดับที่

ปั้นได้ → ไม่ติดมือ → ไม่ร่วน → ไม่แฉะ


🔥 2. น้ำผึ้งต้องเคี่ยวก่อนใช้

ขั้นตอนเคี่ยวช่วยปรับสภาพน้ำผึ้งให้เหมาะกับการทำยา และช่วยลดปัญหาความชื้นในการเก็บรักษา


📏 3. เส้นยากับร่องกลิ้งต้องสัมพันธ์กัน

หากเส้นยาเล็กเกินไป เม็ดยาจะไม่เต็ม

หากใหญ่หรือเนื้อยาเหนียวเกินไป ก็จะขึ้นรูปได้ยาก


✋ 4. อย่าเริ่มกลิ้งด้วยแรงมาก

การใช้รางกลิ้งควร

เบาก่อน → เพิ่มแรงทีละน้อย → กลิ้งซ้ำจนเป็นเม็ด


🌡️ 5. การอบเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญ

เป้าหมายไม่ใช่ทำให้ “แข็งที่สุด”

แต่คือทำให้เม็ดยา แห้งสม่ำเสมอและเก็บรักษาได้ โดยไม่อบจนแข็งและแตกง่าย


🧠 PikadThai Analysis — หลักของการทำยาลูกกลอน

เมื่อมองทั้งกระบวนการ การทำยาลูกกลอนมีตัวแปรสำคัญอยู่ 4 เรื่อง

1. ความละเอียดของผงยา

ผงยาต้องเหมาะกับการผสมและขึ้นรูป

2. ปริมาณตัวประสาน

น้ำผึ้งน้อยไป → ยาร่วน
น้ำผึ้งมากไป → ยาเหนียวและติดเครื่องมือ

3. ขนาดของเส้นยา

มีผลโดยตรงต่อขนาดและรูปร่างของลูกกลอน

4. ความชื้นหลังผลิต

ต้องควบคุมด้วยการอบและการเก็บในภาชนะที่ป้องกันความชื้น

ดังนั้นการทำลูกกลอนที่ดีจึงไม่ใช่เพียง “ผงยา + น้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นเม็ด” แต่เป็นการควบคุมความสัมพันธ์ระหว่าง

ผงยา → ตัวประสาน → การขึ้นรูป → การทำให้แห้ง → การเก็บรักษา


📌 สรุปขั้นตอนการทำยาลูกกลอน

เตรียมผงยา

เคี่ยวน้ำผึ้ง 10–15 นาที และทดสอบความเหมาะสม

พักน้ำผึ้งให้เย็น

ค่อย ๆ ผสมกับผงยา

ทดสอบการปั้น

ขึ้นรูปด้วยเครื่อง / รางกลิ้ง / มือปั้น

คัดขนาดและรูปร่าง

อบประมาณ 50–55 °C นาน 4–6 ชั่วโมง

พักให้เย็น

บรรจุภาชนะป้องกันความชื้น

หัวใจของการทำยาลูกกลอนคือ ความพอดีของน้ำผึ้ง เนื้อยา ขนาดเม็ด และความแห้งหลังผลิต ซึ่งต้องอาศัยทั้งขั้นตอนที่ถูกต้องและการสังเกตลักษณะของยาในระหว่างการทำ