Gallery
แกลเลอรีรูปภาพ
💊 การทำยาลูกกลอน
ยาลูกกลอน เป็นรูปแบบหนึ่งของยาสมุนไพร มีลักษณะเป็นเม็ดกลม ทำจากผงยาชนิดเดียวหรือหลายชนิดผสมกับสารที่ช่วยให้ผงยาเกาะตัว เช่น น้ำ น้ำแป้ง หรือน้ำผึ้ง
ยาลูกกลอนน้ำผึ้งเป็นรูปแบบที่ใช้กันมาก โดยนำ ผงยาและน้ำผึ้ง มาผสมกันจนมีเนื้อเหมาะสม แล้วทำเป็นเม็ดกลม
น้ำผึ้งนอกจากทำหน้าที่เป็น ตัวประสาน ให้ผงยารวมตัวเป็นเม็ดแล้ว ยังช่วยปรับรสของยาได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำผึ้งในปริมาณมากทำให้ต้นทุนการผลิตสูง จึงต้องควบคุมสัดส่วนให้เหมาะสมกับลักษณะของผงยา
🍯 ขั้นตอนสำคัญที่ 1 : การเคี่ยวน้ำผึ้ง
ก่อนนำมาผสมกับผงยา ต้องเตรียมน้ำผึ้งให้เหมาะสมเสียก่อน
การเคี่ยวน้ำผึ้งมีจุดประสงค์สำคัญคือ
-
ช่วยลดเชื้อโรค
-
ลดน้ำที่มีอยู่ในน้ำผึ้ง
-
ทำให้ลูกกลอนไม่ขึ้นราได้ง่าย
-
ช่วยให้สามารถเก็บยาได้นานขึ้น
⚖️ สัดส่วนของน้ำผึ้งกับผงยา
โดยทั่วไปใช้น้ำผึ้งผสมกับผงยาในอัตราประมาณ
น้ำผึ้ง : ผงยา = 1 : 1 โดยน้ำหนัก
แต่สัดส่วนนี้เป็นเพียงค่าประมาณ เนื่องจากผงยาแต่ละตำรับมีคุณสมบัติแตกต่างกัน
ผงยาที่อาจใช้น้ำผึ้งน้อย
เช่น ผงยาที่มีส่วนประกอบของ
-
ยาดำ
-
มหาหิงคุ์
ตัวยาเหล่านี้อาจต้องใช้น้ำผึ้งในการผสมน้อยกว่า
ผงยาที่อาจใช้น้ำผึ้งมาก
เช่น ผงยาที่ประกอบด้วย
-
แก่นไม้
-
รากไม้
-
เกสรดอกไม้
จึงต้องพิจารณาจากลักษณะของผงยาจริงขณะผสม ไม่ควรยึดสัดส่วนโดยไม่สังเกตเนื้อยา
🔥 วิธีเคี่ยวน้ำผึ้ง
1. เตรียมภาชนะ
เทน้ำผึ้งลงใน หม้อขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้
2. ตั้งไฟ
นำหม้อที่ใส่น้ำผึ้งขึ้นตั้งไฟ
ช่วงแรกให้ใช้ ไฟแรง และคนให้น้ำผึ้งเข้ากัน
3. สังเกตฟองของน้ำผึ้ง
เมื่อเริ่มเดือด น้ำผึ้งจะเกิดฟองใหญ่และฟูสูง
ให้เคี่ยวต่อไปจนกระทั่ง
ฟองใหญ่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นฟองเล็กละเอียด
ใช้เวลาประมาณ
10–15 นาที
ลักษณะของฟองเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดว่าน้ำผึ้งเคี่ยวได้เหมาะสมหรือยัง
💧 การทดสอบน้ำผึ้งที่เคี่ยวแล้ว
นอกจากการดูฟองแล้ว เอกสารยังระบุวิธีทดสอบโดยใช้ น้ำอุณหภูมิปกติ
หยดน้ำผึ้งที่เคี่ยวแล้วลงในน้ำ แล้วสังเกตลักษณะ
🍯 น้ำผึ้งที่เคี่ยวได้เหมาะสม
ควรมีลักษณะ
-
สีเข้มกว่าเดิม
-
เมื่อหยดลงในน้ำ จะไม่แข็งจนเกินไป
-
รวมตัวกันได้
-
ไม่ละลายกระจายทันที
หากลักษณะยังไม่เหมาะสม ให้เคี่ยวต่อและทดสอบอีกครั้ง
เมื่อเคี่ยวได้ที่แล้ว ให้เติมน้ำเดือดตามกรรมวิธีในเอกสาร แล้วเคี่ยวต่อจนได้น้ำผึ้งที่มีความเหนียวเหมาะสมกับผงยาที่จะนำมาผสม
💡 PikadThai Tip
อย่าดูเพียงเวลาในการเคี่ยว ควรดู ฟอง สี และความเหนียวของน้ำผึ้งร่วมกัน เพราะน้ำผึ้งแต่ละชนิดมีปริมาณน้ำและความข้นต่างกัน
🌡️ ขั้นตอนหลังเคี่ยวน้ำผึ้ง
เมื่อน้ำผึ้งเคี่ยวได้ที่แล้ว
-
ยกหม้อลงจากเตา
-
กรองด้วย ผ้าขาวบาง
-
กวนต่อเป็นระยะจนเริ่มเย็น
-
เมื่อน้ำผึ้งเย็นแล้วจึงนำไปผสมกับผงยา
🥣 ขั้นตอนสำคัญที่ 2 : การผสมน้ำผึ้งกับผงยา
ขั้นตอนนี้มีผลโดยตรงว่ายาจะสามารถทำเป็นลูกกลอนได้ดีหรือไม่
วิธีผสม
-
นำผงยาที่เตรียมไว้ใส่ภาชนะที่ แห้งและสะอาด
-
ค่อย ๆ เทน้ำผึ้งที่เคี่ยวและพักจนเย็นแล้วลงบนผงยา ทีละทัพพี
-
ใช้มือคลุกเคล้าให้ผงยากับน้ำผึ้งเข้ากัน
-
เติมน้ำผึ้งทีละน้อยจนได้เนื้อยาที่สามารถรวมตัวและขึ้นรูปได้
✋ วิธีตรวจเนื้อยาว่าใช้ได้หรือยัง
หยิบเนื้อยาที่ผสมแล้วขึ้นมาทดลองปั้นเป็นเม็ดด้วยมือ แล้วตรวจดูว่า
-
เนื้อยาติดกันดีหรือไม่
-
ยาติดมือหรือไม่
-
เมื่อปั้นแล้วแตกหรือร่วนหรือไม่
ลักษณะที่เหมาะสม
หากปั้นเป็นเม็ดได้
-
ไม่ติดมือมาก
-
ไม่แตก
-
ไม่ร่วน
แสดงว่าเนื้อยามีความเหมาะสมสำหรับนำไปทำลูกกลอน
ถ้ายังแตกหรือร่วน แสดงว่าส่วนผสมยังไม่เหมาะสมและต้องปรับปริมาณตัวประสาน
⚠️ ข้อควรระวังระหว่างคลุกยา
มือต้องสะอาดและแห้ง
หากมือเปียกชื้น อาจทำให้
-
ยาขึ้นรา
-
หรือเกิดจุดสีบนเม็ดยาได้
⚙️ วิธีทำยาลูกกลอน
จากเอกสารแบ่งกรรมวิธีทำเม็ดยาลูกกลอนได้ 3 วิธีหลัก
-
ใช้เครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน
-
ใช้รางกลิ้งยา
-
ใช้มือปั้นทีละเม็ด
⚙️ วิธีที่ 1 : ใช้เครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน
🧰 เครื่องมือและอุปกรณ์
-
เครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน
-
เครื่องรีดเส้นยา
-
ยาที่คลุกน้ำผึ้งไว้เรียบร้อยแล้ว
-
ถาดสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่และขนาดกลาง
-
ผ้าสะอาดผืนเล็ก
-
กะละมังขนาดใหญ่
-
แปรงทองเหลือง สำหรับแปรงยาที่ติดเครื่องรีดเส้นยา
-
โต๊ะหรือเก้าอี้ สำหรับวางถาดรับยาที่ออกจากเครื่อง
-
ทัพพี
-
มีด
🧹 การเตรียมเครื่องมือ
ก่อนทำยา ต้องทำความสะอาด
-
เครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน
-
เครื่องรีดเส้นยา
โดย
-
ใช้น้ำเดือดเทราดเครื่อง
-
เช็ดให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาด
-
เช็ดด้วย สำลีชุบแอลกอฮอล์ อีกครั้ง
จากนั้นนำถาดที่แห้งและสะอาดมารองรับยา
🔄 ขั้นตอนการผลิตด้วยเครื่อง
1. รีดเนื้อยาเป็นเส้น
นำยาที่คลุกน้ำผึ้งหรือสารยึดเกาะอื่น ๆ เรียบร้อยแล้ว เข้า เครื่องรีดเส้นยา 1–2 ครั้ง
เพื่อให้ได้เส้นยาที่
-
กลม
-
แน่น
-
เรียบ
จากนั้นตัดเส้นยาให้มีความยาวเหมาะสมกับเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน
2. เข้าเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน
เปิดเครื่องทำยาเม็ดลูกกลอน
นำเส้นยาที่เตรียมไว้เข้าเครื่องตามความยาวที่กำหนด
เครื่องจะตัดเส้นยาออกเป็น เม็ดกลม ๆ
แล้วตกลงบนถาดรองรับยา
3. คัดเลือกเม็ดยา
คัดเม็ดยาที่ไม่ได้ขนาดหรือรูปร่างไม่เหมาะสมออก
ส่วนเม็ดที่ได้มาตรฐานจึงนำเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
4. เคลือบผิวเม็ดยา
นำเม็ดยาที่ผ่านการคัดแล้วใส่ในถังเคลือบยาเม็ด ในปริมาณที่เหมาะสม
เปิดเครื่องหมุนถังจนยา
-
กลม
-
เรียบ
-
มีผิวสม่ำเสมอ
5. อบยา
นำยาเข้าอบที่อุณหภูมิ
50–55 °C
ประมาณ
4–6 ชั่วโมง
จนยาแห้งดี
จากนั้น
-
นำออกจากตู้อบ
-
พักให้เย็น
-
เก็บใส่ขวดโหล
-
ปิดฝาให้แน่นเพื่อป้องกันความชื้น
🪵 วิธีที่ 2 : ใช้รางกลิ้งยา
เป็นกรรมวิธีที่ใช้ รางกลิ้งยาและฝาประกบ เพื่อแบ่งและกลิ้งเนื้อยาให้ได้เป็นเม็ดขนาดใกล้เคียงกัน
🧰 เครื่องมือและอุปกรณ์
-
รางกลิ้งยา พร้อมฝาประกบ
-
กะละมังขนาดใหญ่
-
ถาดสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่และขนาดกลาง
-
ชามขนาดกลาง
-
ผ้าสะอาดผืนเล็ก
-
กาต้มน้ำขนาดใหญ่
-
โต๊ะสำหรับวางรางกลิ้งยา
-
น้ำมันพืช หรือน้ำมันที่ไม่มีกลิ่น
🧹 การเตรียมรางกลิ้งยา
-
ทำความสะอาดรางกลิ้งยาและฝาประกบด้วยน้ำเดือด
-
เช็ดให้แห้งสนิท
-
เช็ดซ้ำด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์
-
พักให้แห้งก่อนใช้งาน
🛢️ การเตรียมน้ำมันสำหรับทาราง
นำชามขนาดกลางใส่
-
สำลีประมาณครึ่งชาม
-
น้ำมันพืช หรือน้ำมันไม่มีกลิ่นประมาณ 1 ใน 4 ของน้ำในชาม
ใช้สำลีชุบน้ำมันสำหรับเช็ดราง เพื่อช่วยลดการติดของเนื้อยากับรางกลิ้ง
ก่อนทาควรบีบน้ำมันส่วนเกินออกเล็กน้อย
🪵 ส่วนประกอบของรางกลิ้งยา
จากภาพในเอกสาร ประกอบด้วย
-
รางกลิ้งยา
-
ฝาประกบรางกลิ้งยา
-
ถาดรองรับยาเม็ด
-
โต๊ะสำหรับกลิ้งยาเม็ด
ร่องบนรางจะเป็นตัวกำหนดขนาดของเม็ดยาที่ได้
🔄 วิธีการกลิ้งยาเม็ดลูกกลอน
1. เตรียมเส้นยา
หยิบยาที่เตรียมไว้แล้วมาใส่ เครื่องรีดเส้นยา
รีดให้ได้เส้นยากลมที่มีขนาดเท่ากับขนาดของร่องในรางกลิ้ง
หรือใช้มือกลิ้งเส้นยาให้ได้ขนาดที่เหมาะสมก็ได้
2. วางเส้นยาบนราง
นำเส้นยาวางลงบนรางตาม ช่วงความยาวสำหรับวางเส้นยา
3. ใช้ฝาประกบกลิ้ง
วางฝาประกบลงบนเส้นยา
ค่อย ๆ กลิ้งไป–มา พร้อมกดน้ำหนักลงบนรางทีละน้อย
เมื่อฝาประกบสัมผัสกับขอบรางมากขึ้น ให้เพิ่มน้ำหนักในการกลิ้ง
กลิ้งไป–มาประมาณ
4–5 ครั้ง
จนเนื้อยาถูกแบ่งและกลิ้งเป็นเม็ด
จากนั้นดันฝาประกบไปทางด้านหน้า เพื่อให้เม็ดยาตกลงในถาดรอง
🛢️ ถ้ายาเริ่มติดราง ทำอย่างไร?
เมื่อกลิ้งยาไปหลายครั้ง อาจพบว่า
-
ยาเริ่มติดราง
-
ยาไม่มีเงา
-
ผิวไม่เรียบ
ให้ใช้ สำลีชุบน้ำมันที่ไม่มีกลิ่น ทาบาง ๆ บน
-
รางกลิ้งยา
-
ฝาประกบ
⚠️ ต้องระวังไม่ทาน้ำมันมากเกินไป
และควรเช็ดรางไป ในทิศทางเดียวกัน ไม่ย้อนกลับไปมา เพราะอาจทำให้ขอบร่องเสียหายได้
🌡️ การอบหลังกลิ้งยา
เมื่อกลิ้งยาได้จำนวนมากแล้ว
-
รวบรวมยาใส่ถาดใหญ่
-
นำเข้าอบ
ใช้ตู้อบไฟฟ้าหรือเตาที่เหมาะสมที่
50–55 °C
ประมาณ
4–6 ชั่วโมง
จนยามีลักษณะแห้งดี
จากนั้น
-
นำออกมาพักให้เย็น
-
บรรจุในภาชนะป้องกันความชื้น เช่น ขวดโหล
-
ปิดฝาให้แน่น
✋ วิธีที่ 3 : ปั้นด้วยมือทีละเม็ด
การปั้นเม็ดด้วยมือเป็นวิธีที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือขึ้นรูป
เอกสารระบุให้
-
แบ่งเนื้อยาที่ผสมแล้วออกเป็นส่วนเล็ก ๆ
-
ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดประมาณ ปลายนิ้วก้อย
-
เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5 เซนติเมตร
-
พยายามปั้นให้กลมและมีขนาดสม่ำเสมอ
🍯 ระหว่างปั้นต้องสังเกตความชื้นของเนื้อยา
ขณะปั้น น้ำผึ้งที่ผสมอยู่ในผงยาจะค่อย ๆ แห้งลง
หากปั้นแล้วเม็ดแตกหรือร่วน แสดงว่า น้ำผึ้งน้อยเกินไป
ให้เติมน้ำผึ้งและผสมให้เข้ากัน แล้วจึงปั้นต่อ
แต่ถ้าน้ำผึ้งมากเกินไป จะทำให้
-
ลูกกลอนเกาะตัว
-
เม็ดยารวมกัน
-
แตกหรือเสียรูปได้ง่าย
ดังนั้นต้องปรับปริมาณน้ำผึ้งให้พอดี
🌡️ การทำให้แห้งหลังปั้น
วางลูกกลอนหรือเม็ดยาที่ปั้นเสร็จลงบนถาด โดยไม่ให้เม็ดซ้อนทับกัน
นำเข้าอบที่
50–55 °C
ให้ยาแห้งสม่ำเสมอ
ไม่ควรอบนานเกินไป เพราะจะทำให้
-
เม็ดยาแข็งมาก
-
แตกได้ง่าย
เมื่อยาแห้งดีแล้วจึงเก็บใน ขวดโหลที่สะอาดและปิดมิดชิด
⚠️ สาเหตุที่ทำให้ยาลูกกลอนไม่เป็นเม็ดหรือมีลักษณะผิดปกติ
เอกสารสรุปสาเหตุสำคัญไว้หลายประการ
1. 🍯 น้ำผึ้งน้อยเกินไป
ทำให้เนื้อยาแห้งเกินไป
ผลที่เกิดขึ้นคือ
-
เส้นยาแข็ง
-
ยาแตก
-
ขึ้นรูปยาก
2. 🍯 น้ำผึ้งมากเกินไป
ทำให้เนื้อยานิ่มเกินไป
ผลคือ
-
กลิ้งเม็ดยาไม่ได้ดี
-
ยาติดอุปกรณ์
-
รูปร่างเสีย
3. 📏 เส้นยาที่รีดเล็กกว่ามาตรฐาน
ถ้าเส้นยามีขนาดเล็กกว่าร่องมาตรฐาน
-
ยาจะไม่เต็มเม็ด
-
บางครั้งเม็ดยาจะมีลักษณะเป็น ร่องตรงกลาง
4. 🪵 กลิ้งครั้งแรกแรงเกินไป
หากออกแรงกดมากเกินตั้งแต่ครั้งแรก
อาจทำให้
-
ยาแบน
-
ยาติดราง
-
ไม่สามารถขึ้นรูปเป็นเม็ดได้ดี
5. 🛢️ ใช้น้ำมันทารางมากเกินไป
น้ำมันที่ใช้กับรางต้องใช้เพียงบาง ๆ
หากใช้มากเกิน
-
ผิวเม็ดจะเปียก
-
เม็ดยาอาจหลุดออกจากร่อง
-
การกลิ้งครั้งต่อไปทำให้ผิวเม็ดยาไม่เรียบ
💡 PikadThai Tips — จำหลักยาลูกกลอนให้ง่าย
🍯 1. น้ำผึ้งคือหัวใจของเนื้อยา
ไม่ใช่เพียง “ใส่ให้เหนียว”
แต่ต้องใส่ในระดับที่
ปั้นได้ → ไม่ติดมือ → ไม่ร่วน → ไม่แฉะ
🔥 2. น้ำผึ้งต้องเคี่ยวก่อนใช้
ขั้นตอนเคี่ยวช่วยปรับสภาพน้ำผึ้งให้เหมาะกับการทำยา และช่วยลดปัญหาความชื้นในการเก็บรักษา
📏 3. เส้นยากับร่องกลิ้งต้องสัมพันธ์กัน
หากเส้นยาเล็กเกินไป เม็ดยาจะไม่เต็ม
หากใหญ่หรือเนื้อยาเหนียวเกินไป ก็จะขึ้นรูปได้ยาก
✋ 4. อย่าเริ่มกลิ้งด้วยแรงมาก
การใช้รางกลิ้งควร
เบาก่อน → เพิ่มแรงทีละน้อย → กลิ้งซ้ำจนเป็นเม็ด
🌡️ 5. การอบเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญ
เป้าหมายไม่ใช่ทำให้ “แข็งที่สุด”
แต่คือทำให้เม็ดยา แห้งสม่ำเสมอและเก็บรักษาได้ โดยไม่อบจนแข็งและแตกง่าย
🧠 PikadThai Analysis — หลักของการทำยาลูกกลอน
เมื่อมองทั้งกระบวนการ การทำยาลูกกลอนมีตัวแปรสำคัญอยู่ 4 เรื่อง
1. ความละเอียดของผงยา
ผงยาต้องเหมาะกับการผสมและขึ้นรูป
2. ปริมาณตัวประสาน
น้ำผึ้งน้อยไป → ยาร่วน
น้ำผึ้งมากไป → ยาเหนียวและติดเครื่องมือ
3. ขนาดของเส้นยา
มีผลโดยตรงต่อขนาดและรูปร่างของลูกกลอน
4. ความชื้นหลังผลิต
ต้องควบคุมด้วยการอบและการเก็บในภาชนะที่ป้องกันความชื้น
ดังนั้นการทำลูกกลอนที่ดีจึงไม่ใช่เพียง “ผงยา + น้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นเม็ด” แต่เป็นการควบคุมความสัมพันธ์ระหว่าง
ผงยา → ตัวประสาน → การขึ้นรูป → การทำให้แห้ง → การเก็บรักษา
📌 สรุปขั้นตอนการทำยาลูกกลอน
เตรียมผงยา
↓
เคี่ยวน้ำผึ้ง 10–15 นาที และทดสอบความเหมาะสม
↓
พักน้ำผึ้งให้เย็น
↓
ค่อย ๆ ผสมกับผงยา
↓
ทดสอบการปั้น
↓
ขึ้นรูปด้วยเครื่อง / รางกลิ้ง / มือปั้น
↓
คัดขนาดและรูปร่าง
↓
อบประมาณ 50–55 °C นาน 4–6 ชั่วโมง
↓
พักให้เย็น
↓
บรรจุภาชนะป้องกันความชื้น
หัวใจของการทำยาลูกกลอนคือ ความพอดีของน้ำผึ้ง เนื้อยา ขนาดเม็ด และความแห้งหลังผลิต ซึ่งต้องอาศัยทั้งขั้นตอนที่ถูกต้องและการสังเกตลักษณะของยาในระหว่างการทำ
เภสัชกรรม