← กลับไป: เภสัชกรรม
เภสัชกรรม เภสัชกรรม

การบดและการร่อนยา

📖 Knowledge Article 🖼️ 1 รูป

⚙️ การบดและการร่อนยา

การบดและการร่อนยาเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมเครื่องยาให้มีขนาดเหมาะสมสำหรับการนำไปปรุงเป็นตำรับยา โดย การบด ทำให้ตัวยามีขนาดเล็กลง ส่วน การร่อน ช่วยคัดแยกผงยาให้ได้ระดับความละเอียดตามที่ต้องการ

กระบวนการทั้งสองจึงสัมพันธ์กันโดยตรง คือ

ยาที่เตรียมและอบแล้ว → บด → ร่อน → แยกเนื้อยาและกากยา → รวมเนื้อยา → บันทึกและจัดเก็บ


🔸 การบดยา

การบดยาเป็นการนำตัวยาที่ผ่านการเตรียมและอบแล้วเข้าสู่เครื่องบด เพื่อทำให้ตัวยามีขนาดเล็กลงจนเหมาะสมสำหรับการร่อนและการปรุงยาในขั้นต่อไป

จากเอกสารแบ่งขั้นตอนการบดออกตาม เครื่องบดยาเครื่องที่ 1 และเครื่องบดยาเครื่องที่ 2


⚙️ การบดด้วยเครื่องบดยา เครื่องที่ 1

ขั้นตอนการบด

1. นำยาเข้าเครื่องบด

นำยาที่ผ่านการอบแล้วใส่เครื่องบดยาเครื่องที่ 1 จำนวน 2 ถาด

2. เริ่มบดครั้งที่ 1

เปิดเครื่องบดยาและบดนานประมาณ 1/2 ชั่วโมง

3. เติมยาส่วนที่เหลือ

นำยาที่เหลือจาก ถาดที่ 3, 4 และถาดต่อ ๆ ไป ทยอยใส่ลงในเครื่องบดจนครบตามจำนวนของตำรับยานั้น

4. บดยา

บดยานาน ครั้งละ 3 ชั่วโมง

5. บันทึกข้อมูลประจำการบด

ติดข้อมูลไว้บริเวณฝาเครื่องบด โดยระบุ

  • ชื่อยา

  • น้ำหนักยา

  • เวลาที่เริ่มบด

  • เวลาที่บดเสร็จ

  • วัน/เดือน/ปี

  • ชื่อผู้บดยา

6. นำยาออกหลังบดเสร็จ

เมื่อบดเสร็จแล้ว ตักยาออกจากเครื่องบดใส่ภาชนะ เพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอน การร่อนยา


⚙️ การบดด้วยเครื่องบดยา เครื่องที่ 2

ขั้นตอนโดยรวมคล้ายกับเครื่องที่ 1 แต่มีการใช้ เกียร์ของเครื่องบด เข้ามาควบคุมการทำงาน

ขั้นตอนการบด

1. นำยาเข้าเครื่อง

นำยาที่อบแล้วใส่เครื่องบดยาเครื่องที่ 2 จำนวน 2 ถาด

2. เริ่มบดด้วยเกียร์ 2

เริ่มเปิดเครื่องโดยใช้ เกียร์ 2 เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

3. เติมยาส่วนที่เหลือ

นำยาจากถาดที่ 3, 4 และถาดต่อ ๆ ไป ทยอยใส่ลงในเครื่องจนครบตำรับ

จากนั้นบดต่ออีก 1/2 ชั่วโมง แล้วจึงเปลี่ยนเป็น เกียร์ 3

4. ดำเนินการบด

บดตัวยานาน ครั้งละ 3 ชั่วโมง

5. บันทึกข้อมูลประจำเครื่อง

เขียนข้อมูลกำกับไว้บริเวณฝาเครื่องบด ได้แก่

  • ชื่อยา

  • น้ำหนักยา

  • เวลาเริ่มบด

  • เวลาบดเสร็จ

  • วัน/เดือน/ปี

  • ชื่อผู้บดยา

6. นำยาออกจากเครื่อง

เมื่อบดเสร็จแล้ว ตักยาออกใส่ภาชนะที่สะอาด เพื่อเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการร่อน

📌 หมายเหตุจากเอกสาร
การบดครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการ กากยา ให้เริ่มเปิดเครื่องบดโดยใช้ เกียร์ 3


📝 การบันทึกเครื่องบดยา

ในเอกสารมีแบบบันทึกข้อมูลประจำเครื่องบด เพื่อให้สามารถตรวจสอบและติดตามกระบวนการผลิตยาได้

ข้อมูลหลักที่ต้องระบุ ได้แก่

  • ชื่อยา

  • น้ำหนักยา

  • เวลาเริ่มบด

  • วันที่บด

  • ชื่อผู้บดยา

นอกจากนี้ยังมี แบบฟอร์มบัญชีบด–ร่อนยาประจำวัน สำหรับบันทึกข้อมูลการทำงานแต่ละรุ่น

รายการที่บันทึก รายละเอียด
วัน/เดือน/ปี วันที่ดำเนินการ
บดครั้งที่ ลำดับครั้งของการบด
น้ำหนักยาที่บด น้ำหนักยาก่อนดำเนินการ
น้ำหนักเนื้อยา น้ำหนักผงยาที่ใช้ได้
น้ำหนักกากยา ส่วนที่ยังไม่ผ่านตามต้องการ
ผู้บด ผู้ดำเนินการบด
ผู้ควบคุม ผู้ควบคุมการปฏิบัติงาน
หมายเหตุ ข้อมูลเพิ่มเติม

เมื่อดำเนินการเสร็จ ให้บันทึก น้ำหนักยาสุทธิ และวันที่บดเสร็จให้ครบถ้วน


🧹 การดูแลรักษาเครื่องบดยา

หลังเสร็จสิ้นการบดทุกครั้ง ต้องทำความสะอาดเครื่องบดก่อนใช้งานกับตัวยาหรือตำรับถัดไป

ขั้นตอนตามเอกสาร

  1. ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดเครื่องบดยา

  2. ใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำอีกครั้งให้เครื่องบดยาแห้งสนิท
    (อาจใช้พัดลมเป่าให้แห้ง)

  3. ปิดฝาเครื่องบดให้เรียบร้อย

💡 PikadThai Tip

การทำความสะอาดเครื่องบดระหว่างแต่ละตำรับมีความสำคัญมาก เพราะเศษผงยาที่หลงเหลืออยู่ในเครื่องอาจปะปนกับตัวยาชุดถัดไปได้

ดังนั้นควรยึดหลักง่าย ๆ ว่า

บดเสร็จ → นำยาออก → ทำความสะอาด → ทำให้แห้ง → ปิดเครื่อง


🔹 การร่อนยา

การร่อนยา คือ การนำยาที่บดละเอียดแล้วมาร่อนผ่าน ตะแกรงหรือแร่ง เพื่อให้ได้ผงยาที่มีความละเอียดตามระดับที่ต้องการ

การร่อนช่วยแยก

  • เนื้อยา — ผงยาที่ผ่านตะแกรงตามขนาดที่กำหนด

  • กากยา — ส่วนที่ยังมีขนาดใหญ่และไม่ผ่านตะแกรง

กากยาที่เหลือสามารถนำกลับไปบดและร่อนซ้ำตามกระบวนการได้


🕸️ ขนาดตะแกรงหรือแร่งที่ใช้ร่อนยา

เอกสารแบ่งตะแกรงสำหรับร่อนยาไว้ 3 ขนาด

เบอร์ตะแกรง ระดับความละเอียด
เบอร์ 100 ละเอียดมาก
เบอร์ 60 ละเอียดปานกลาง
เบอร์ 20 ละเอียดน้อย

📌 ขนาดที่ใช้ประจำในการร่อนยา คือ เบอร์ 100 และเบอร์ 60


🔄 ขั้นตอนการร่อนยา

1. เลือกขนาดตะแกรง

นำยาที่บดเสร็จแล้วมาร่อนผ่านตะแกรงตามขนาดที่ต้องการ โดยเอกสารระบุการใช้งานประจำเป็น

  • เบอร์ 100

  • เบอร์ 60


2. ชั่งและเก็บเนื้อยา

ชั่งเนื้อยาที่ร่อนแล้วใส่ในกะละมัง

เขียนข้อมูลกำกับ ได้แก่

  • ชื่อยา

  • น้ำหนักเนื้อยา

  • วัน/เดือน/ปี

  • ชื่อผู้ร่อนยา

จากนั้นปิดฝาภาชนะให้มิดชิด


3. เก็บกากยาแยกต่างหาก

นำกากยาที่ไม่ผ่านตะแกรงใส่ ถุงพลาสติก โดยซ้อน 2 ถุง

เขียนข้อมูลกำกับ ได้แก่

  • ชื่อยา

  • น้ำหนักกากยา

  • วัน/เดือน/ปี

  • ชื่อผู้ร่อนยา

จากนั้นใส่ถุงกากยาลงในภาชนะและผูกปากถุงให้แน่น


4. ร่อนซ้ำและรวบรวมเนื้อยา

เมื่อร่อนยาครั้งต่อ ๆ ไป เช่น ครั้งที่ 2, 3, 4 ...

ให้นำ น้ำหนักเนื้อยาที่ร่อนจากแต่ละครั้งของยาขนานเดียวกัน มารวมไว้ในภาชนะเดียวกัน

พร้อมระบุ

  • ชื่อยา

  • น้ำหนักเนื้อยา

  • วัน/เดือน/ปี

  • ชื่อผู้ร่อนยาในแต่ละครั้ง

แล้วปิดฝาภาชนะให้มิดชิด


5. คลุกเคล้าเนื้อยาให้สม่ำเสมอ

เมื่อร่อนยาเสร็จทั้งหมดในยาขนานหนึ่งแล้ว ให้คลุกเคล้าเนื้อยาให้เข้ากันดี

จากนั้นนำใส่ภาชนะที่สะอาด พร้อมระบุ

  • ชื่อยา

  • เบอร์ยา

  • วัน/เดือน/ปี ที่ผลิตยาเสร็จ

และปิดฝาภาชนะให้เรียบร้อย


6. บันทึกบัญชีการบดและร่อนยา

บันทึกข้อมูลการบดและร่อนยา ทุกครั้งและทุกขนาด ลงในแบบฟอร์มบัญชีการบด–ร่อนยาประจำวัน


🧹 การดูแลรักษาเครื่องร่อนยา

หลังร่อนยาเสร็จ ต้องทำความสะอาดเครื่องร่อนเช่นเดียวกับเครื่องบด

ขั้นตอน

  1. ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดเครื่องร่อนยา

  2. ใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำให้เครื่องแห้งสนิท
    (อาจใช้พัดลมเป่าให้แห้ง)

  3. ปิดฝาเครื่องร่อนยา


🕸️ การดูแลรักษาตะแกรงหรือแร่ง

ตะแกรงเป็นอุปกรณ์สำคัญ เพราะความสมบูรณ์ของตะแกรงมีผลโดยตรงต่อขนาดของผงยาที่ได้

วิธีดูแลตามเอกสาร

  1. ใช้แปรงปัดทำความสะอาดผงยาที่ติดอยู่บริเวณตะแกรงและขอบตะแกรง

  2. ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดบริเวณตะแกรงและขอบตะแกรง

  3. ใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้งจนตะแกรงแห้ง
    (อาจใช้พัดลมเป่าให้แห้ง)

  4. ใช้ ช้อนสแตนเลสหน้าตัดรูปสี่เหลี่ยม ขูดตะแกรงเบา ๆ เพื่อให้เศษยาที่ติดอยู่หลุดออก หรือใช้แหนบดึงเศษยาที่ติดตะแกรงออก

  5. เก็บตะแกรงเข้าที่ให้เรียบร้อย

⚠️ ข้อควรระวัง

ห้ามนำตะแกรงร่อนยาล้างน้ำ

เพราะอาจทำให้ตะแกรง ชำรุดและมีอายุการใช้งานสั้นลง


💡 PikadThai Tips — จุดที่ควรจำ

🌿 1. บดกับร่อนไม่ใช่ขั้นตอนเดียวกัน

บด = ทำให้ตัวยามีขนาดเล็กลง
ร่อน = คัดผงยาตามขนาดความละเอียด

จึงต้องบดก่อน แล้วจึงนำผงยาไปร่อน

⚙️ 2. กากยาไม่ได้หมายถึงของเสียทันที

ในกระบวนการนี้ “กากยา” คือส่วนที่ยังไม่ผ่านตะแกรงตามขนาดที่ต้องการ จึงอาจนำกลับไป บดและร่อนซ้ำ ได้ตามขั้นตอน

🕸️ 3. จำเบอร์ตะแกรงแบบง่าย

เลขมาก → ผงละเอียดมากขึ้น

  • 100 = ละเอียดมาก

  • 60 = ละเอียดปานกลาง

  • 20 = ละเอียดน้อย

📝 4. ชื่อยาและน้ำหนักต้องติดตามตลอดกระบวนการ

ตั้งแต่บดครั้งแรก ร่อนแต่ละครั้ง แยกเนื้อยา แยกกากยา ไปจนถึงรวมเนื้อยา ต้องมีข้อมูลกำกับ เพื่อไม่ให้ตัวยาหรือตำรับสับสนกัน

🧹 5. เครื่องมือแห้งก่อนเริ่มยาชุดใหม่

หลังเช็ดทำความสะอาด ต้องทำให้เครื่องบด เครื่องร่อน และอุปกรณ์แห้งก่อนใช้งานครั้งต่อไป เพื่อลดปัญหาผงยาเก่าปะปนหรือความชื้นติดอยู่ในเครื่อง


📌 สรุป

การบดและการร่อนยาเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ช่วยเปลี่ยนตัวยาที่ผ่านการเตรียมแล้วให้กลายเป็นผงยาที่มีระดับความละเอียดเหมาะสมสำหรับการปรุงยา

การบด เน้นการลดขนาดของเครื่องยา ส่วน การร่อน เน้นการคัดแยกขนาดผงยา โดยใช้ตะแกรงที่เหมาะสม พร้อมแยกเนื้อยาและกากยาอย่างเป็นระบบ

หัวใจสำคัญของกระบวนการนี้จึงประกอบด้วย

บดให้เหมาะ → ร่อนให้ได้ขนาด → แยกเนื้อยาและกากยา → บันทึกข้อมูล → ทำความสะอาดอุปกรณ์

เมื่อควบคุมแต่ละขั้นตอนอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ผงยาที่ได้มีความสม่ำเสมอและพร้อมเข้าสู่กรรมวิธีการปรุงยาในขั้นต่อไป