← กลับไป: เภสัชกรรม
เภสัชกรรม เภสัชกรรม

การทำยาเม็ดและการเคลือบยา

📖 Knowledge Article 🖼️ 2 รูป

Gallery

แกลเลอรีรูปภาพ

1 รูป

💊 การทำยาเม็ดและการเคลือบยา

การทำยาเม็ดเป็นการนำผงยามาเตรียมให้สามารถขึ้นรูปเป็นเม็ดที่มีขนาดเหมาะสมและคงรูปได้ ส่วน การเคลือบยาเม็ด เป็นกระบวนการเพิ่มเติมภายหลังการทำเม็ด เพื่อปรับลักษณะผิว ปกปิดรสหรือกลิ่น ป้องกันตัวยา และทำให้เม็ดยาเหมาะสมต่อการใช้งานมากขึ้น

เนื้อหาในหัวข้อนี้แบ่งเป็น 3 ส่วนสำคัญ

  1. การทำยาเม็ดแบบปั๊มมือหรือพิมพ์มือ

  2. การทำยาตอกเม็ด — ตัวอย่างยาตอกเม็ดฟ้าทะลายโจร

  3. การเคลือบยาเม็ดด้วยน้ำตาล (Sugar coating)


🟢 1. การทำยาเม็ดแบบปั๊มมือหรือแบบพิมพ์มือ

การทำยาเม็ดแบบนี้ใช้ พิมพ์มือทองเหลือง เป็นอุปกรณ์สำหรับกำหนดรูปร่างและขนาดของเม็ดยา โดยนำผงยามาผสมกับตัวประสานจนได้เนื้อยาที่เหมาะสม แล้วจึงกดลงในพิมพ์

🧰 เครื่องมือและอุปกรณ์

  1. เครื่องปั๊มยาด้วยมือ หรือ พิมพ์มือทองเหลือง

  2. แผ่นกระจกใส 1 แผ่น

  3. กาต้มน้ำขนาดใหญ่

  4. กะละมังขนาดใหญ่และขนาดกลาง

  5. ผ้าสะอาดผืนเล็ก

  6. ถาดใส่ยาเม็ด

  7. ยาผง

  8. แป้งมัน


🧼 การเตรียมเครื่องมือก่อนทำยา

1. ทำความสะอาดพิมพ์และกระจก

นำน้ำเดือดเทราด

  • พิมพ์มือทองเหลือง

  • แผ่นกระจกใส

จากนั้นเช็ดให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาด

แล้วใช้ สำลีชุบแอลกอฮอล์ เช็ดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ก่อนทิ้งไว้ให้แอลกอฮอล์ระเหยจนแห้ง

2. เตรียมพื้นที่สำหรับพิมพ์ยา

วางแผ่นกระจกใสบนโต๊ะ แล้ววางพิมพ์มือทองเหลืองบนกระจกให้พร้อมใช้งาน

💡 PikadThai Tip
ก่อนเริ่มทำยา พื้นผิวที่สัมผัสเนื้อยาควรสะอาดและแห้งสนิท เพราะความชื้นที่ตกค้างอาจมีผลต่อเนื้อยาและการเก็บรักษา


⚙️ วิธีทำยาเม็ดแบบพิมพ์มือ

ขั้นที่ 1 — เตรียมแป้งเปียก

นำ แป้งมันผสมกับน้ำ แล้วกวนจนมีลักษณะใส เป็น

“แป้งเปียกใส”

ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับผงยา


ขั้นที่ 2 — ผสมผงยากับตัวประสาน

นำผงยามาผสมกับแป้งเปียก แล้วคลุกเคล้าจนเนื้อยากระจายตัวและเกาะกันสม่ำเสมอ


ขั้นที่ 3 — แผ่เนื้อยา

นำเนื้อยาที่ผสมแล้วมาพอประมาณ แผ่ลงบนแผ่นกระจกให้มีความหนาเหมาะสมกับพิมพ์


ขั้นที่ 4 — กดพิมพ์ยา

นำ พิมพ์มือทองเหลือง กดลงบนเนื้อยาเพื่อขึ้นรูปเป็นเม็ด

จากนั้นกดยาที่ขึ้นรูปแล้วออกจากพิมพ์ และเรียงลงในถาดที่เตรียมไว้


ขั้นที่ 5 — อบยา

นำยาเม็ดเข้าอบที่

🌡️ 50–55 °C

เป็นเวลาประมาณ

⏱️ 4–6 ชั่วโมง

เพื่อให้เม็ดยาแห้งดี


ขั้นที่ 6 — เก็บยา

เมื่อยาแห้งและเย็นแล้ว ให้นำเก็บใน

ขวดโหลแก้วที่สะอาด

แล้วปิดฝาให้มิดชิด


📌 กรณีใดไม่จำเป็นต้องใช้แป้งมัน?

ถ้าผงยามี ความเหนียวตามธรรมชาติมากเพียงพอ อาจไม่จำเป็นต้องใช้แป้งมันเป็นตัวประสาน

สามารถใช้เพียง น้ำต้มสุก ผสมกับผงยา แล้วนำไปพิมพ์เป็นเม็ดได้

ส่วนตัวอย่างผงยาที่เอกสารระบุว่าต้องใช้แป้งมันช่วยในการทำเม็ด เช่น

  • ยาเม็ดฟ้าทะลายโจร

  • ยามหานิล

💡 PikadThai Tip
ตัวประสานไม่ได้ใช้ในปริมาณตายตัวกับยาทุกตำรับ ต้องพิจารณาคุณสมบัติของผงยา หากเหนียวมากอยู่แล้ว การเติมแป้งมากเกินไปอาจทำให้เนื้อยาไม่เหมาะกับการพิมพ์


🟠 2. การทำยาตอกเม็ด

เอกสารยกตัวอย่างการผลิต

🌿 ยาตอกเม็ดฟ้าทะลายโจร

เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นกระบวนการทำยาเม็ดอีกแบบหนึ่ง ซึ่งมีขั้นตอนตั้งแต่ เตรียมผงยา → ทำแกรนูล → อบ → ผสมสารช่วย → ตอกเม็ด → ตรวจการแตกตัว


⚖️ วัตถุส่วนประกอบ

วัตถุดิบ ปริมาณ
ฟ้าทะลายโจร (ผง) 2,000 กรัม
แป้งมัน 100 กรัม
แป้งมัน สำหรับทำแป้งเปียก 10% 150 กรัม
ผงทัลคัม 70 กรัม
แมกนีเซียมสเตียเรต 60 กรัม

สำหรับทำแป้งเปียก ใช้

น้ำเย็น 1,500 กรัม

ร่วมกับ

แป้งมัน 150 กรัม

เพื่อเตรียมเป็น แป้งเปียก 10%


⚙️ ขั้นตอนการผลิตยาตอกเม็ดฟ้าทะลายโจร

1. ผสมผงยา

นำ

  • ผงฟ้าทะลายโจร

  • แป้งมัน 100 กรัม

ซึ่งผ่านการร่อนแล้ว มาผสมให้เข้ากัน


2. เตรียมแป้งเปียก 10%

เติมน้ำเย็น

1,500 กรัม

ลงในแป้งมัน

150 กรัม

กวนจนมีลักษณะเป็นสีขาว ข้น และเหนียว แล้วผ่านความร้อนจากน้ำเดือดตามกรรมวิธี เพื่อเตรียมเป็นตัวประสาน


3. ทำแกรนูล

นำแป้งเปียกมาผสมกับผงฟ้าทะลายโจรที่เตรียมไว้

คลุกเคล้าจนเข้ากัน แล้วนำส่วนผสมผ่าน

แร่งเบอร์ 14

เพื่อให้ได้ แกรนูล

จากนั้นนำแกรนูลไปอบแห้งที่อุณหภูมิ

ไม่เกิน 55 °C

เมื่อตัวแกรนูลแห้งแล้ว ให้นำผ่าน

แร่งเบอร์ 18

อีกครั้ง


4. เติมสารช่วยในการตอกเม็ด

นำแกรนูลที่ได้มาผสมกับ

  • ผงทัลคัม

  • แมกนีเซียมสเตียเรต

ให้กระจายตัวสม่ำเสมอ


5. ตอกเม็ด

นำส่วนผสมเข้าสู่เครื่องตอกเม็ด

ระหว่างการผลิตต้องควบคุม น้ำหนักของเม็ดยาให้ได้มาตรฐาน


6. อบยาเม็ด

นำยาเม็ดที่ตอกแล้วเข้าอบที่

50–55 °C

นานประมาณ

4–6 ชั่วโมง


7. ตรวจการแตกตัว

เม็ดยาที่ผลิตแล้วต้องทดสอบการแตกตัว

ตามเอกสารกำหนดว่า

⏱️ ไม่ควรเกิน 30 นาที


🧠 PikadThai Analysis — ทำไมต้องทำเป็น “แกรนูล” ก่อนตอกเม็ด?

การทำแกรนูลช่วยให้ผงยาที่ละเอียดมากรวมตัวเป็นอนุภาคที่ใหญ่ขึ้นและสม่ำเสมอกว่าเดิม ทำให้จัดการเนื้อยาก่อนตอกเม็ดได้ง่ายขึ้น

จึงเห็นลำดับสำคัญว่า

ผงยา → เติมตัวประสาน → ทำแกรนูล → ทำให้แห้ง → ปรับขนาด → เติมสารช่วย → ตอกเม็ด

นักเรียนควรแยกให้ชัดว่า การพิมพ์มือ กับ การตอกเม็ด เป็นคนละกรรมวิธี แม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็น “ยาเม็ด” เหมือนกัน


✨ 3. การเคลือบยาเม็ดด้วยน้ำตาล

Sugar coating

การเคลือบยาเม็ดด้วยน้ำตาลเป็นการสร้างชั้นเคลือบบนผิวของยาเม็ด โดยทำเป็นลำดับหลายขั้น ตั้งแต่การป้องกันแกนยา การสร้างชั้นรองพื้น การทำให้ผิวเรียบ การเติมสี ไปจนถึงการขัดเงา


🎯 วัตถุประสงค์ของการเคลือบยาเม็ด

เอกสารระบุวัตถุประสงค์ไว้หลายประการ ได้แก่

1. 👅 กลบรส สี หรือกลิ่น

ช่วยปิดบังลักษณะของยาเม็ดที่ไม่น่ารับประทาน

2. 🛡️ ป้องกันตัวยาหรือสารสำคัญ

ช่วยลดการเสื่อมสลายของตัวยาหรือสารสำคัญ

3. 💊 ทำให้เม็ดยากลมมน

ช่วยให้ผิวเม็ดเรียบและสะดวกต่อการกลืน

4. ✨ เพิ่มความสวยงาม

ทำให้เม็ดยาดูน่ารับประทานขึ้น

5. 🔬 แยกตัวยาที่ไม่เข้ากัน

สามารถจัดให้ตัวยาชนิดหนึ่งอยู่ใน แกนยา และอีกชนิดอยู่ใน ชั้นเคลือบภายนอก

6. ⏱️ ควบคุมลักษณะการออกฤทธิ์

ใช้ชั้นเคลือบเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมตำแหน่งหรือรูปแบบการปลดปล่อยยา ตามวัตถุประสงค์ของตำรับ


🧪 วัตถุส่วนประกอบสำหรับการเคลือบยา

ตามสูตรตัวอย่างในเอกสาร ได้แก่

  1. ยาเม็ดลูกกลอน

  2. แป้งทัลคัม

  3. น้ำตาลทราย

  4. น้ำ

  5. กัมอาคาเซีย

  6. เชลแลค

  7. แอลกอฮอล์

  8. ขี้ผึ้งคาร์นูบา

  9. ขี้ผึ้งขาว

  10. คาร์บอนเตตระคลอไรด์

  11. สี


⚙️ เครื่องมือที่ใช้

  • เครื่องเคลือบยาเม็ด หรือถังเคลือบยาเม็ด

  • เครื่องขัดเงายาเม็ด


🔄 ขั้นตอนการเคลือบยาเม็ด

ขั้นที่ 1 — เคลือบป้องกันแกนยา

นำลูกกลอนที่แห้งดีแล้วใส่ในเครื่องเคลือบยาเม็ด

ใช้ เชลแลค ที่ละลายในแอลกอฮอล์ในอัตราส่วน

เชลแลค 40 ส่วน

แอลกอฮอล์ 60 ส่วน

ขณะถังหมุน เชลแลคจะกระจายตัวเคลือบผิวเม็ดยา

ใช้ ลมเย็น ช่วยให้ชั้นเคลือบแห้งติดผิว

เมื่อแห้งดีแล้ว ให้ร่อนแยกเม็ดที่เกาะติดกันออก

ทำซ้ำอีกประมาณ

1–2 ครั้ง


ขั้นที่ 2 — ลบมุม อุดรู และปิดร่อง

เตรียมน้ำแป้งทัลคัม ประกอบด้วย

ส่วนประกอบ อัตราส่วนตามเอกสาร
แป้งทัลคัม 20–35%
กัมอาคาเซีย 5–10%
น้ำตาล 40–50%
น้ำ 20–30%

นำส่วนผสมไปต้มจนเป็นเนื้อเดียวกัน

ชั้นนี้มีหน้าที่ช่วย

  • เติมร่อง

  • ลบมุม

  • ทำให้เม็ดยากลมมนขึ้น


ขั้นที่ 3 — สร้างชั้นรองพื้น

ขณะที่ถังเคลือบกำลังหมุน

  1. เทน้ำแป้งที่เตรียมไว้ลงบนเม็ดยา

  2. โปรยผงทัลคัมเป็นระยะ ๆ ในปริมาณที่เหมาะสม

  3. ใช้ลมร้อนช่วยให้ชั้นเคลือบแห้งติดเม็ดยา

อุณหภูมิลมร้อนตามเอกสารคือ

🌡️ 60–70 °C

เมื่อแห้งดีแล้ว ให้ร่อนแยกเม็ดที่ติดกันออก

ทำซ้ำประมาณ

8–10 ครั้ง

เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ เม็ดยาจะมีผิวสีขาวคล้ายแป้งทัลคัม


ขั้นที่ 4 — เคลือบสีรองพื้น

เติมสีในปริมาณเล็กน้อยลงในน้ำแป้งทัลคัม

เทน้ำสีลงในขณะที่เครื่องเคลือบกำลังหมุน

ปล่อยให้ชั้นสีแห้งสนิทก่อนทำชั้นถัดไป

ทำซ้ำประมาณ

3–4 ครั้ง


ขั้นที่ 5 — เคลือบสีที่ต้องการ

เตรียมน้ำเชื่อมจาก

น้ำตาล 2 ส่วน : น้ำ 1 ส่วน

แล้วเติมสีจนได้ความเข้มตามต้องการ

นำไปเคลือบซ้ำด้วยวิธีเดิม จนได้สีของเม็ดยาตามต้องการ


ขั้นที่ 6 — เคลือบเงา

ขั้นสุดท้ายคือการขัดให้ผิวเม็ดยาเรียบและเงา

เอกสารระบุสูตรตัวอย่างโดยใช้

  • ขี้ผึ้งคาร์นูบา 4%

  • ขี้ผึ้งขาว 0.4%

แล้วนำเม็ดยาเข้าสู่ เครื่องขัดเงายาเม็ด ให้หมุนจนผิวเม็ดยามีความเงา


🧠 จำ Sugar coating เป็น 6 ขั้นง่าย ๆ

1. 🛡️ Seal

เคลือบป้องกันแกนยา

2. ⚪ Build

อุดร่องและเพิ่มความกลม

3. 🌬️ Dry & Smooth

สร้างชั้นรองพื้นและทำให้แห้ง

4. 🎨 Base color

ลงสีรองพื้น

5. 🌈 Color

ให้สีจริงตามต้องการ

6. ✨ Polish

ขัดเงา

💡 PikadThai Tip
อย่าจำ Sugar coating ว่า “เอาน้ำตาลมาทาเม็ดยา” เพราะจริง ๆ เป็นกระบวนการสร้าง หลายชั้นต่อเนื่องกัน และแต่ละชั้นทำหน้าที่ต่างกัน


⚠️ ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน

สูตรในเอกสารเป็นข้อมูลกรรมวิธีที่ใช้ในการเรียนรู้ตามแหล่งต้นทาง และมีการกล่าวถึง คาร์บอนเตตระคลอไรด์ (carbon tetrachloride) ในขั้นตอนการเคลือบเงา

สารดังกล่าวเป็นสารเคมีที่มีความเป็นพิษสูงและมีข้อจำกัดด้านการใช้งานในปัจจุบัน จึง ไม่ควรนำสูตรส่วนนี้ไปปฏิบัติจริงโดยตรง โดยไม่มีการประเมินตามมาตรฐานเภสัชกรรมและความปลอดภัยสมัยใหม่

การนำข้อมูลไปใช้ในการผลิตจริงควรอ้างอิง

  • มาตรฐานการผลิตปัจจุบัน

  • ข้อกำหนดวัตถุดิบที่อนุญาต

  • วิธีปฏิบัติของสถานที่ผลิต

  • ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการผลิตยา


💡 PikadThai Tips — จุดที่ควรจำ

💊 พิมพ์มือ ≠ ตอกเม็ด

พิมพ์มือ ใช้เนื้อยากดลงในแม่พิมพ์ทองเหลือง

ตอกเม็ด ใช้ผงหรือแกรนูลเข้าสู่เครื่องตอกเม็ด


🥣 แป้งมันทำหน้าที่เป็นตัวประสาน

ช่วยให้ผงยารวมตัวและสามารถขึ้นรูปได้

แต่ยาบางชนิดมีความเหนียวเพียงพออยู่แล้ว อาจใช้น้ำต้มสุกแทนได้ตามกรรมวิธี


🌾 แกรนูลเป็นขั้นกลางของยาตอกเม็ด

ในตัวอย่างฟ้าทะลายโจร

ผงยา → แร่งเบอร์ 14 → อบ → แร่งเบอร์ 18 → ตอกเม็ด

จึงควรจำว่าการทำยาตอกเม็ดไม่ได้เอาผงยาเข้าตอกทันที


⏱️ เม็ดยาต้องแตกตัวได้

ตัวอย่างในเอกสารกำหนดว่า ยาตอกเม็ดฟ้าทะลายโจรควรแตกตัว

ไม่เกิน 30 นาที

การทำให้เม็ดยาแข็งอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ หากแข็งจนไม่แตกตัว ก็อาจไม่เหมาะกับการใช้งาน


✨ การเคลือบไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น

ชั้นเคลือบอาจมีบทบาททั้ง

กลบรส → ป้องกันยา → ปรับรูปร่าง → แยกสาร → ควบคุมการใช้งาน


📌 สรุป

การทำยาเม็ดในเนื้อหาชุดนี้แสดงให้เห็นการผลิต 2 แนวทางสำคัญ

แบบที่ 1 — พิมพ์มือ

ผงยา → ตัวประสาน → แผ่ยา → กดพิมพ์ → อบ → เก็บ

แบบที่ 2 — ตอกเม็ด

ผงยา → ตัวประสาน → ทำแกรนูล → อบ → ปรับขนาด → เติมสารช่วย → ตอกเม็ด → ตรวจคุณภาพ

หลังจากนั้น หากต้องการทำยาเม็ดเคลือบน้ำตาล จะเพิ่มกระบวนการ

เคลือบป้องกัน → สร้างชั้นรอง → ทำให้เรียบ → ลงสี → เคลือบสี → ขัดเงา

จึงเห็นได้ว่า “ยาเม็ด” ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำผงยาให้เป็นก้อน แต่เป็นกระบวนการที่ต้องควบคุม เนื้อยา ขนาด ความแข็ง ความแห้ง การแตกตัว และลักษณะผิวของเม็ดยา อย่างเป็นระบบ