← กลับไป: เภสัชกรรม
เภสัชกรรม เภสัชกรรม

การชั่ง ตวง และวัดตัวยาในเภสัชกรรมไทย

📖 Knowledge Article 🖼️ 2 รูป

Gallery

แกลเลอรีรูปภาพ

1 รูป

⚖️ การชั่ง ตวง และวัดตัวยาในเภสัชกรรมไทย

การปรุงยาให้เป็นไปตามตำรับไม่ได้อาศัยเพียงการเลือกตัวยาให้ถูกชนิดเท่านั้น แต่ต้องกำหนด น้ำหนัก ปริมาณ และขนาดของตัวยาให้ถูกต้อง ด้วย

เภสัชกรจึงต้องเข้าใจทั้งมาตราชั่งแบบโบราณ เครื่องหมายที่ใช้บอกน้ำหนัก มาตราเปรียบเทียบกับระบบเมตริก ตลอดจนมาตราตวงของเหลวและมาตราวัดที่ปรากฏในตำรายาไทย

หลักสำคัญคือ

ตัวยาถูกชนิด แต่ชั่งหรือตวงผิด ตำรับก็อาจเปลี่ยนไปได้


1. ⚖️ การชั่งตัวยา

การชั่งใช้สำหรับกำหนดปริมาณของตัวยาแต่ละชนิดตามที่ระบุในตำรับหรือใบสั่งยา

ในตำราแพทย์แผนไทยพบทั้ง

  • มาตราชั่งแบบโบราณ

  • เครื่องหมายแทนน้ำหนัก

  • และการเปรียบเทียบมาตราไทยกับระบบเมตริก

การอ่านและแปลงหน่วยจึงต้องทำอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะตำรับที่ใช้ตัวยาหลายชนิดหรือมีตัวยาที่ต้องควบคุมปริมาณอย่างเคร่งครัด


2. ✣ เครื่องหมาย “ตีนกา”

ในแบบแผนโบราณมีการใช้ เครื่องหมายตีนกา สำหรับเขียนกำกับน้ำหนักของตัวยาในใบสั่งยา

เครื่องหมายมีลักษณะคล้ายเส้นตัดกัน โดยตำแหน่งแต่ละด้านใช้แทนมาตราชั่งต่างกัน ได้แก่

  • ด้านบน = ชั่ง

  • ด้านซ้ายบน = ตำลึง

  • ด้านขวาบน = บาท

  • ด้านซ้ายล่าง = เฟื้อง

  • ด้านขวาล่าง = สลึง

  • ด้านล่าง = ไพ

ตัวเลขที่เขียนในแต่ละตำแหน่งจึงต้องอ่านควบคู่กับตำแหน่งนั้นเสมอ

ตัวอย่างการอ่าน

หากเครื่องหมายกำหนดตัวเลขไว้ตามตำแหน่งตัวอย่าง จะอ่านเป็น

1 ชั่ง 2 ตำลึง 3 บาท 5 สลึง 4 เฟื้อง 6 ไพ

ดังนั้น การอ่านตีนกาไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเลข แต่ต้องรู้ด้วยว่า ตัวเลขนั้นอยู่ตรงตำแหน่งของหน่วยใด

เครื่องหมายตีนกา.png


3. 📏 มาตราชั่งแบบโบราณ

ความสัมพันธ์ของหน่วยชั่งที่ปรากฏในแบบแผนเภสัชกรรมไทย มีดังนี้

ความสัมพันธ์ เท่ากับ
4 ไพ 1 เฟื้อง
2 เฟื้อง 1 สลึง
4 สลึง 1 บาท
4 บาท 1 ตำลึง
20 ตำลึง 1 ชั่ง
50 ชั่ง 1 หาบ

และในระบบที่ใช้เปรียบเทียบกับเมตริก

หน่วย น้ำหนัก
1 ชั่ง 1,200 กรัม
1 ตำลึง 60 กรัม
1 บาท 15 กรัม
1 หาบ 60,000 กรัม หรือ 60 กิโลกรัม

🧠 มองความสัมพันธ์ให้ง่ายขึ้น

สามารถจำเป็นสายต่อเนื่องได้ว่า

ไพ → เฟื้อง → สลึง → บาท → ตำลึง → ชั่ง → หาบ

โดยหน่วยจะเพิ่มขนาดขึ้นตามลำดับ

ตัวอย่างเช่น

4 สลึง = 1 บาท
และ
4 บาท = 1 ตำลึง

ดังนั้น

1 ตำลึง = 16 สลึง

การเข้าใจความสัมพันธ์ของหน่วยจะช่วยให้แปลงปริมาณในตำรับได้ง่ายกว่าการท่องตัวเลขแยกกัน


4. 🔢 มาตราชั่งไทยเปรียบเทียบระบบเมตริก

ในข้อมูลที่ใช้ศึกษา มีการเทียบหน่วยโบราณกับกรัมไว้ดังนี้

มาตราไทย เทียบเป็นกรัม
1 หุน 0.375 กรัม
1 พส 0.1171875 กรัม
1 อัฐ 0.234375 กรัม
1 ไพ 0.46875 กรัม
1 เฟื้อง 1.875 กรัม
1 สลึง 3.750 กรัม
1 บาท 15 กรัม
1 ตำลึง 60 กรัม
1 ชั่ง 1,200 กรัม
1 หาบ 60,000 กรัม หรือ 60 กิโลกรัม

ค่ากลุ่มนี้มีประโยชน์เมื่อพบตำรับที่ใช้มาตราโบราณ แต่ต้องการเทียบกับระบบกรัมในปัจจุบัน


5. 💧 มาตราสำหรับตวงของเหลว

นอกจากการชั่งของแห้งแล้ว เภสัชกรรมไทยยังต้องใช้การตวงของเหลว เช่น น้ำ กระสายยา หรือน้ำยาที่ใช้ในการปรุง

มาตราที่ระบุไว้ ได้แก่

มาตรา ปริมาตรโดยประมาณ
1 ทะนาน 1 ลิตร หรือ 1,000 ซีซี
1/2 ทะนาน 1/2 ลิตร หรือ 500 ซีซี
15 หยด ประมาณ 1 ซีซี
1 ช้อนกาแฟ ประมาณ 4 ซีซี
1 ช้อนหวาน ประมาณ 8 ซีซี
1 ช้อนคาว ประมาณ 15 ซีซี
1 ถ้วยยา ประมาณ 30 ซีซี

ค่าที่ระบุว่า “ประมาณ” ไม่ควรตีความว่าเป็นค่าตวงที่มีความแม่นยำเท่ากับเครื่องมือวัดมาตรฐานสมัยใหม่


6. ✋ มาตราวัดแบบโบราณ

นอกจากการชั่งและตวงแล้ว ยังพบมาตราวัดที่อาศัยสิ่งใกล้ตัว เช่น เมล็ดพืชหรือสัดส่วนของมือและร่างกาย

6.1 องคุลี

คำว่า องคุลี ใช้เป็นมาตราวัด โดยมีการเทียบจากเมล็ดข้าวและเมล็ดงา

หลักที่ระบุไว้ ได้แก่

  • 2 เมล็ดงา = 1 เมล็ดข้าวเปลือก

  • 4 เมล็ดข้าวเปลือก = 1 องคุลี เมื่อวัดตามยาว

เป็นตัวอย่างของการใช้สิ่งที่มีขนาดค่อนข้างสม่ำเสมอในธรรมชาติมาเป็นหน่วยอ้างอิงในอดีต


6.2 กล่ำ

มาตรา กล่ำ เทียบมาจากเมล็ดมะกล่ำตาช้าง และสัมพันธ์ต่อเนื่องกับมาตราชั่ง ดังนี้

  • 2 เมล็ดงา = 1 เมล็ดข้าวเปลือก

  • 4 เมล็ดข้าวเปลือก = 1 กล่อม

  • 2 กล่อม = 1 กล่ำ

  • 2 กล่ำ = 1 ไพ

  • 4 ไพ = 1 เฟื้อง

  • 2 เฟื้อง = 1 สลึง

  • 4 สลึง = 1 บาท

  • 4 บาท = 1 ตำลึง

  • 20 ตำลึง = 1 ชั่ง

  • 20 ชั่ง = 1 ตุล

  • 20 ตุล = 1 ภารา

มาตราชุดนี้สะท้อนลักษณะการกำหนดขนาดจากสิ่งเล็กมาก แล้วค่อยเชื่อมขึ้นไปสู่หน่วยใหญ่


7. 🤲 มาตราที่อาศัยมือเป็นตัวกำหนด

ในแบบแผนโบราณยังมีการกำหนดปริมาณโดยใช้มือ เช่น

  • หยิบมือ

  • กำมือ

  • ฟายมือ

  • กอบมือ

ความสัมพันธ์ที่ระบุไว้ คือ

มาตรา ความสัมพันธ์
150 เมล็ดข้าวเปลือก 1 หยิบมือ
4 หยิบมือ 1 กำมือ
4 กำมือ 1 ฟายมือ
2 ฟายมือ 1 กอบมือ
4 กอบมือ 1 ทะนาน
20 ทะนาน 1 สัด
40 สัด 1 บั้น
2 บั้น หรือ 80 สัด 1 เกวียน

หน่วยเหล่านี้เป็น มาตราแบบโบราณ ซึ่งอาศัยการเทียบเคียงตามบริบทในอดีต ไม่ควรนำไปตีความว่าให้ความเที่ยงตรงเหมือนเครื่องชั่งและเครื่องตวงมาตรฐานในปัจจุบัน


🧠 PikadThai Understanding

“ชั่ง – ตวง – วัด” ต่างกันอย่างไร

แม้จะเป็นการกำหนดปริมาณเหมือนกัน แต่ใช้กับสิ่งต่างประเภทกัน

⚖️ ชั่ง

ใช้กำหนด น้ำหนัก

เช่น ไพ เฟื้อง สลึง บาท ตำลึง ชั่ง

💧 ตวง

ใช้กำหนด ปริมาตร

เช่น ทะนาน ช้อน ถ้วยยา

📏 วัด

ใช้กำหนด ขนาดหรือระยะ

เช่น องคุลี หรือมาตราที่อาศัยส่วนของร่างกายและวัตถุธรรมชาติเป็นเกณฑ์

การแยกสามคำนี้ให้ชัด จะช่วยลดความสับสนเมื่ออ่านตำรับยาโบราณ


💡 PikadThai Tip

จำสายมาตราชั่งหลัก

4 ไพ → 1 เฟื้อง
2 เฟื้อง → 1 สลึง
4 สลึง → 1 บาท
4 บาท → 1 ตำลึง
20 ตำลึง → 1 ชั่ง
50 ชั่ง → 1 หาบ

หากจำสายหลักนี้ได้ จะช่วยให้มองเห็นความสัมพันธ์ของหน่วยได้ง่ายขึ้นมาก


✅ หลักปฏิบัติเมื่อพบตำรับยาโบราณ

ก่อนชั่งหรือตวง ควรตรวจสอบให้ครบว่า

  1. หน่วยที่ใช้คือหน่วยอะไร

  2. จำนวนที่ระบุเท่าใด

  3. เป็นน้ำหนัก ปริมาตร หรือขนาด

  4. หน่วยนั้นอยู่ในระบบใด

  5. จำเป็นต้องแปลงเป็นระบบเมตริกหรือไม่

  6. ค่าที่ใช้เป็นค่าตายตัวหรือค่าประมาณ

การตรวจสอบทีละขั้นช่วยลดความผิดพลาดจากการอ่านตัวเลขและหน่วยผิด


📌 สรุป

การชั่ง ตวง และวัด เป็นพื้นฐานสำคัญของการปรุงยา เพราะเป็นตัวกำหนดว่า ตัวยาแต่ละชนิดจะถูกนำเข้าตำรับในปริมาณเท่าใด

เภสัชกรรมไทยจึงมีระบบมาตราหลากหลาย ตั้งแต่

เครื่องหมายตีนกา → ไพ เฟื้อง สลึง บาท ตำลึง ชั่ง → มาตราเมตริก → ทะนาน ช้อน ถ้วยยา → องคุลี กล่ำ และมาตราที่ใช้มือ

การเข้าใจระบบเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้อ่านตำรับโบราณได้ แต่ยังช่วยให้เห็นหลักสำคัญของเภสัชกรรมว่า

“ความถูกต้องของปริมาณ เป็นส่วนหนึ่งของความถูกต้องของตำรับ”

หมายเหตุ: ค่ามาตราและการเทียบหน่วยในบทนี้เรียบเรียงตามข้อมูลที่ใช้ศึกษาในหมวดเภสัชกรรมไทย โดยเฉพาะมาตราโบราณควรตีความตามบริบทของตำรับและแหล่งข้อมูลนั้น ไม่ควรนำไปแทนเครื่องมือชั่งตวงมาตรฐานในการปรุงยาจริงโดยตรง