🌿 กะเพรา
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
กะเพรา เป็นสมุนไพรที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอาหารไทย และเป็นหนึ่งในสมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน โดยใช้ ใบสดหรือใบแห้ง เป็นยา มี รสเผ็ดร้อน สรรพคุณเด่นด้านการ ตั้งธาตุ ขับลม แก้ปวดท้อง ท้องขึ้น และจุกเสียดในท้อง
🌿 ชื่อท้องถิ่น
กะเพรามีชื่อเรียกแตกต่างกันตามท้องถิ่น ได้แก่
-
กะเพราขาว
-
กะเพราแดง — ภาคกลาง
-
กอมก้อ — ภาคเหนือ
🔎 ลักษณะของพืช
กะเพราเป็น ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก
ลักษณะสำคัญ ได้แก่
-
โคนต้นเมื่อแก่จะเป็นไม้เนื้อแข็ง
-
ลำต้นและใบมีขนอ่อน
-
ใบมีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว
-
ใบมีรูปทรงรี
-
ปลายใบแหลมหรือมนเล็กน้อย
-
โคนใบแหลมหรือมนเล็กน้อย
-
ขอบใบหยัก
-
ดอกออกเป็นช่อ
-
ดอกย่อยออกเรียงรอบแกนกลางเป็นชั้น ๆ
กะเพราที่พบโดยทั่วไปมีทั้ง กะเพราขาว และ กะเพราแดง
🌱 ส่วนที่ใช้เป็นยา
ใบสดหรือใบแห้ง
🧺 ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา
เก็บใบในช่วงที่
ใบสมบูรณ์เต็มที่
ไม่ควรเก็บใบที่ แก่หรืออ่อนจนเกินไป
👅 รสและสรรพคุณยาไทย
กะเพรามี
รสเผ็ดร้อน
สรรพคุณยาไทยตามข้อมูลในตำรา ได้แก่
-
เป็นยาตั้งธาตุ
-
แก้ปวดท้อง
-
แก้ท้องขึ้น
-
แก้จุกเสียดในท้อง
-
ใช้แต่งกลิ่นและแต่งรสได้
💚 วิธีใช้กะเพรา
1. 🫃 ท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียด
ส่วนที่ใช้
ใบและยอดกะเพรา
ปริมาณที่ใช้
ใช้ประมาณ 1 กำมือ
หากเป็นกะเพราสด ใช้ประมาณ
25 กรัม
หากเป็นกะเพราแห้ง ใช้ประมาณ
4 กรัม
วิธีเตรียม
-
นำใบและยอดกะเพรามาทำความสะอาด
-
ใช้ตามปริมาณที่กำหนด
-
ต้มกับน้ำ
-
กรองเอาน้ำดื่ม
วิธีใช้
ดื่มน้ำต้มกะเพราเมื่อมีอาการ
ใช้เพื่อบรรเทาอาการ
-
ท้องอืด
-
ท้องเฟ้อ
-
แน่นจุกเสียด
-
ปวดท้อง
ในตำรายังระบุว่าสามารถ นำกะเพราไปปรุงเป็นอาหารรับประทาน เพื่อใช้ประโยชน์ในลักษณะเดียวกันได้
📌 สรุปการใช้กะเพรา
🫃 ท้องอืด–ท้องเฟ้อ–แน่นจุกเสียด
ใช้
🌿 ใบและยอดกะเพรา 1 กำมือ
หรือประมาณ
สด 25 กรัม
แห้ง 4 กรัม
จากนั้น
🫖 ต้มเอาน้ำดื่มเมื่อมีอาการ
หรือ
🍲 นำไปปรุงเป็นอาหารรับประทาน
🧠 PikadThai Tip
จำกะเพราเป็นชุด
🌿 ใช้ใบ
🔥 รสเผ็ดร้อน
💨 ตั้งธาตุ + ขับลม
🫃 แก้ปวดท้อง ท้องขึ้น จุกเสียด
สูตรจำสั้น ๆ
“กะเพราใบหอมร้อน — ตั้งธาตุ แก้ลม แก้แน่นท้อง”
⚠️ หมายเหตุ
เนื้อหานี้เรียบเรียงจากข้อมูลหัวข้อ สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน ตามต้นฉบับที่ใช้ประกอบการศึกษา โดยปรับโครงสร้างและภาษาให้อ่านง่ายขึ้น แต่ยังคงสาระสำคัญเกี่ยวกับชื่อท้องถิ่น ลักษณะพืช ส่วนที่ใช้ ช่วงเวลาที่เก็บ รสและสรรพคุณ และวิธีใช้ตามต้นฉบับ
ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาองค์ความรู้ด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย หากมีอาการรุนแรง เรื้อรัง หรือไม่ดีขึ้น ควรได้รับการประเมินจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน