🍌 กล้วยน้ำว้า
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
กล้วยน้ำว้า เป็นสมุนไพรที่ใช้ ลูกดิบหรือลูกห่าม เป็นยา ตามข้อมูลสมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐานระบุว่า ลูกดิบมี รสฝาด และมีฤทธิ์ฝาดสมาน ใช้สำหรับบรรเทาอาการ ท้องเสียที่ไม่รุนแรง
🌿 ชื่อท้องถิ่น
-
กล้วยใต้ — ภาคเหนือ
🔎 ลักษณะของพืช
กล้วยน้ำว้าเป็น พืชล้มลุก มีลำต้นสูง
ลักษณะสำคัญ ได้แก่
-
ลำต้นที่อยู่เหนือดินมีรูปร่างกลม
-
เกิดจากกาบใบหุ้มซ้อนกัน
-
ใบมีสีเขียว
-
ใบมีขนาดใหญ่
-
ก้านใบยาวและเห็นได้ชัดเจน
-
ดอกออกบริเวณปลายต้นเป็นช่อ
-
ช่อดอกมีลักษณะห้อยลง
-
ช่อดอกยาวประมาณ 1–2 ศอก เรียกว่า “ปลี”
-
ดอกย่อยเรียงตัวเป็นแผง
-
ผลติดกันเป็นแผง เรียกว่า “หวี”
-
หลายหวีซ้อนกันรวมเรียกว่า “เครือ”
🌱 ส่วนที่ใช้เป็นยา
ลูกดิบ หรือลูกห่าม
🧺 ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา
เก็บลูกกล้วยในช่วงที่
เปลือกยังเป็นสีเขียว
ต้นกล้วยจะเริ่มให้ผลในช่วงอายุประมาณ
8–12 เดือน
👅 รสและสรรพคุณยาไทย
ลูกกล้วยน้ำว้าดิบมี
รสฝาด
และมี
ฤทธิ์ฝาดสมาน
💚 วิธีใช้กล้วยน้ำว้า
1. 🚽 อาการท้องเสียที่ไม่รุนแรง
ส่วนที่ใช้
ลูกกล้วยน้ำว้าห่ามหรือลูกดิบ
วิธีที่ 1 : รับประทานกล้วยน้ำว้าห่าม
ใช้กล้วยน้ำว้าห่าม
รับประทานครั้งละครึ่งผล
ใช้สำหรับบรรเทาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรง
วิธีที่ 2 : กล้วยน้ำว้าดิบตากแห้งบดเป็นผง
-
นำกล้วยน้ำว้าดิบมาฝานเป็นแว่น
-
นำไปตากแดดให้แห้ง
-
บดให้เป็นผง
-
นำผงที่ได้มาชงกับน้ำดื่ม
วิธีที่ 3 : ทำเป็นยาลูกกลอน
ผงกล้วยน้ำว้าดิบที่เตรียมไว้สามารถนำมาปั้นเป็น ยาลูกกลอน
รับประทาน
ครั้งละ 4 เม็ด
วันละ 4 ครั้ง
โดยรับประทาน
-
ก่อนอาหาร
-
และก่อนนอน
📌 สรุปการใช้กล้วยน้ำว้า
🚽 ท้องเสียที่ไม่รุนแรง
ใช้
🍌 ลูกดิบหรือลูกห่าม
สามารถใช้ได้หลายวิธี ได้แก่
แบบรับประทานโดยตรง
กล้วยน้ำว้าห่าม ครั้งละครึ่งผล
แบบผง
ฝานกล้วยดิบ → ตากแห้ง → บดเป็นผง → ชงน้ำดื่ม
แบบลูกกลอน
ปั้นผงกล้วยเป็นลูกกลอน
รับประทานครั้งละ 4 เม็ด วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน
🧠 PikadThai Tip
จำกล้วยน้ำว้าเป็นชุด
🍌 ใช้ลูกดิบหรือลูกห่าม
👅 รสฝาด
🌿 ฤทธิ์ฝาดสมาน
🚽 ใช้กับท้องเสียไม่รุนแรง
สูตรจำสั้น ๆ
“กล้วยดิบ–รสฝาด–สมาน–ท้องเสีย”
⚠️ หมายเหตุ
เนื้อหานี้เรียบเรียงจากข้อมูลหัวข้อ สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน ตามต้นฉบับที่ใช้ประกอบการศึกษา โดยปรับโครงสร้างและภาษาให้อ่านง่ายขึ้น และยึดรายละเอียดเรื่องชื่อท้องถิ่น ลักษณะพืช ส่วนที่ใช้ ช่วงเวลาเก็บ รสและสรรพคุณ และวิธีใช้จากต้นฉบับเป็นหลัก
ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาองค์ความรู้ด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย หากมีอาการท้องเสียรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด มีไข้สูง อ่อนเพลียมาก หรือมีอาการขาดน้ำ ควรได้รับการประเมินจากผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน