BOTANICAL PROFILE
เมี่ยง หรือ ชา
ชื่อวิทยาศาสตร์: Camellia sinensis (L.) Kuntze วงศ์: Theaceae สำหรับ “เมี่ยง” ในภาคเหนือ มักสัมพันธ์กับชากลุ่มอัสสัม ซึ่งอยู่ในชนิดเดียวกัน คือ Camellia sinensis แต่เป็นกลุ่มพันธุ์ที่มีลักษณะใบใหญ่และทรงต้นสูงกว่าชาจีนทั่วไป
OVERVIEW
รายละเอียดเบื้องต้น
เมี่ยงหรือชาเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ถึงไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีถึงรูปขอบขนาน ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกสีขาวออกตามซอกใบ ผลเป็นผลแห้งค่อนข้างกลม ภายในมีเมล็ด ตาม แหล่งอ้างอิงหลัก ระบุลักษณะว่าเป็น ไม้พุ่มขนาดใหญ่ หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก และส่วนที่ใช้เป็นยา คือ กิ่งและใบ
MAIN PROPERTIES
สรรพคุณและรายละเอียด
🌿 **เมี่ยง หรือ ชา**
เมี่ยง หรือ ชา เป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ถึงไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกสีขาว และผลเป็นผลแห้งมีเมล็ดอยู่ภายใน
ตามแหล่งอ้างอิงหลัก ส่วนที่ใช้เป็นยา คือ **กิ่งและใบ**
🌿 **กิ่งและใบ**
**รสยา**
รสฝาดเมาน้อย
**สรรพคุณ**
• แก้พิษยาอันตราย
• สมานแผล
แหล่งอ้างอิงหลักระบุเพิ่มเติมว่า **มีกรดแทนนิน** ซึ่งสัมพันธ์กับคุณสมบัติฝาดและการสมานตามองค์ความรู้ดั้งเดิม
💡 **คำแนะนำจากพิกัดไทย**
จำจากคำว่า
**กิ่งและใบ → ฝาดเมาน้อย → แก้พิษ + สมานแผล**
จุดเด่นของเมี่ยงหรือชาในรายการนี้อยู่ที่ **รสฝาด** ซึ่งเชื่อมโยงกับคุณสมบัติด้านการสมานได้ค่อนข้างชัด
🧠 **จุดจำง่าย**
“ชา ฝาดเมาน้อย — เด่นแก้พิษและสมาน”
หรือจำเป็น 2 คำ
**พิษ → แก้พิษยาอันตราย**
**แผล → สมานแผล**
📚 **ศัพท์น่ารู้**
**กรดแทนนิน / แทนนิน**
แทนนินเป็นสารกลุ่มโพลีฟีนอลที่ให้รสฝาด สามารถจับกับโปรตีนและทำให้เนื้อเยื่อมีลักษณะกระชับ จึงสัมพันธ์กับคำว่า “สมาน” ในองค์ความรู้ยาไทย
**รสฝาดเมาน้อย**
หมายถึงรสยาที่มีความฝาดเด่นและมีลักษณะเมาเพียงเล็กน้อยตามการจำแนกรสยาในเภสัชกรรมไทย
**แก้พิษยาอันตราย**
เป็นถ้อยคำตามองค์ความรู้ดั้งเดิม หมายถึงการใช้เพื่อแก้หรือบรรเทาพิษจากยาบางชนิดตามบริบทของตำรา ไม่ควรตีความว่าชาสามารถใช้เป็นยาต้านพิษได้ทุกกรณี
**สมานแผล**
หมายถึงคุณสมบัติที่ช่วยให้เนื้อเยื่อบริเวณแผลกระชับและเอื้อต่อการประสานของแผลตามองค์ความรู้ยาไทย ซึ่งมักสัมพันธ์กับตัวยาที่มีรสฝาด
⚠️ **หมายเหตุ**
ข้อมูลสมุนไพรนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ความรู้และใช้ประกอบการศึกษาเท่านั้น มิใช่คำแนะนำการรักษา การสั่งใช้ยา หรือคำแนะนำจากแพทย์หรือแพทย์แผนไทย ไม่ควรนำข้อมูลไปปรุงยา ใช้ยา หรือปรับเปลี่ยนการรักษาด้วยตนเองโดยปราศจากการประเมินและกำกับดูแลจากแพทย์หรือแพทย์แผนไทยที่เหมาะสม