ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

BOTANICAL PROFILE

เถาวัลย์หญ้านาง (ย่านาง)

Tiliacora triandra (Colebr.) Diels | วงศ์ Menispermaceae | ชื่อพ้องสำคัญ Cocculus triandrus Colebr., Limacia triandra (Colebr.) Hook.f. & Thomson

กลับไปดูสมุนไพรทั้งหมด
ภาพหลักของ เถาวัลย์หญ้านาง (ย่านาง) · แสดงเต็มภาพ

OVERVIEW

รายละเอียดเบื้องต้น

เถาวัลย์หญ้านาง หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า ย่านาง เป็นไม้เถาเลื้อยอายุหลายปีในวงศ์บอระเพ็ด (Menispermaceae) ลำต้นกลมและเหนียว สามารถทอดเลื้อยตามพื้นดินหรือเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีถึงรูปไข่แกมใบหอก สีเขียวเข้ม ขอบใบเรียบ ดอกมีขนาดเล็กสีเหลือง ผลอ่อนสีเขียวและเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อสุก ย่านางเป็นพืชพื้นถิ่นที่พบได้ในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจริญเติบโตได้ตามชายป่า ป่าละเมาะ และบริเวณที่มีพรรณไม้ให้ยึดเกาะ นอกจากเป็นสมุนไพรแล้ว ใบย่านางยังมีบทบาทในวัฒนธรรมอาหารไทย โดยเฉพาะการคั้นน้ำใบย่านางเพื่อประกอบอาหารพื้นบ้าน ตามตำราอ้างอิง เถาวัลย์หญ้านางเป็นไม้เถาเลื้อยตามพื้นดิน มีการใช้ เถาและใบ รสเย็น สรรพคุณแก้ไข้ ลดความร้อน ถือเป็นตัวอย่างสมุนไพรที่มีการบันทึกสรรพคุณด้านการแก้ไข้ตามหลักเภสัชกรรมไทย

MAIN PROPERTIES

สรรพคุณและรายละเอียด

🌿 เถาวัลย์หญ้านาง (ย่านาง)

หมวดพืช: พืชจำพวกเถา–เครือ
ชื่อวิทยาศาสตร์: Tiliacora triandra (Colebr.) Diels
วงศ์: Menispermaceae (วงศ์บอระเพ็ด)
ชื่ออื่น: ย่านาง, เถาย่านาง, จ้อยนาง, เถาวัลย์เขียว, ยาดนาง

เถาวัลย์หญ้านาง หรือย่านาง เป็นสมุนไพรประเภทไม้เถาเลื้อยอายุหลายปี พบได้ทั่วไปในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลำต้นมีลักษณะเป็นเถากลมเหนียว แตกกิ่งก้านเลื้อยไปตามพื้นดินหรือพาดพันต้นไม้อื่น ใบเดี่ยวสีเขียวเข้ม ดอกขนาดเล็กสีเหลือง และผลสุกมีสีแดง เป็นพืชที่รู้จักแพร่หลายทั้งในด้านอาหารพื้นบ้านและภูมิปัญญาการใช้สมุนไพร

ตามตำราอ้างอิง เถาวัลย์หญ้านางจัดเป็นไม้เถาเลื้อยตามพื้นดิน มีการนำส่วนเถาและใบมาใช้เป็นเครื่องยา โดยระบุรสเย็นและมีสรรพคุณแก้ไข้ ลดความร้อน สอดคล้องกับแนวคิดการใช้เครื่องยารสเย็นในระบบเภสัชกรรมไทย

นอกจากการใช้เป็นสมุนไพรแล้ว ย่านางยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารพื้นบ้าน โดยเฉพาะอาหารภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่นิยมคั้นน้ำจากใบเพื่อปรุงอาหาร เช่น แกงหน่อไม้ สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพืชอาหารกับองค์ความรู้สมุนไพรในวิถีชีวิตไทย

🌱 ส่วนที่ใช้เป็นยา

ตำราอ้างอิงระบุส่วนที่ใช้เป็นยา 2 ส่วน ได้แก่

1. เถา

ส่วนลำต้นที่มีลักษณะทอดเลื้อยหรือพาดพันต้นไม้อื่น เป็นหนึ่งในส่วนที่ตำราระบุให้ใช้เป็นเครื่องยา

2. ใบ

เป็นใบเดี่ยวสีเขียว มีเนื้อใบค่อนข้างเหนียว เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ตำราอ้างอิงระบุไว้สำหรับใช้เป็นเครื่องยา

หมายเหตุ: ตำราอ้างอิงระบุเฉพาะเถาและใบ ไม่ได้ระบุราก ดอก ผล หรือเมล็ดเป็นส่วนที่ใช้เป็นยาในรายการนี้ จึงไม่เพิ่มเติมส่วนอื่นในข้อมูลสรรพคุณตามตำรา

🍃 รสยา

เถาและใบ — รสเย็น

ตำราอ้างอิงระบุเถาและใบไว้ในรายการเดียวกัน โดยกำหนดรสยาเป็นรสเย็น ไม่ได้แจกแจงรสยาที่แตกต่างกันระหว่างสองส่วน

ตามหลักเภสัชกรรมไทย รสเย็นเป็นหนึ่งในกลุ่มรสยาที่สัมพันธ์กับแนวคิดการแก้ไข้และระงับความร้อนตามภูมิปัญญาดั้งเดิม

อย่างไรก็ตาม การจัดจำแนกรสยาเป็นระบบความรู้ของแพทย์แผนไทย ไม่ได้หมายความว่าพืชที่มีรสเย็นทุกชนิดจะสามารถลดอุณหภูมิร่างกายได้อย่างมีประสิทธิผลทางคลินิก

💊 สรรพคุณตามตำราอ้างอิง

เถาและใบ

รสเย็น

  • แก้ไข้

  • ลดความร้อน

ตำราอ้างอิงระบุสรรพคุณทั้งสองประการสำหรับรายการเถาและใบโดยรวม ไม่ได้แบ่งว่าเถาหรือใบมีสรรพคุณเฉพาะต่างกัน

สรรพคุณดังกล่าวเป็นการบันทึกตามภูมิปัญญาเภสัชกรรมไทย ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าการใช้เถาหรือใบย่านางสามารถรักษาโรคที่ทำให้เกิดไข้ได้ทุกชนิด

🫖 วิธีใช้ตามตำราอ้างอิง

ตำราอ้างอิงระบุส่วนที่ใช้ รสยา และสรรพคุณของเถาวัลย์หญ้านาง แต่ไม่ได้กำหนดกรรมวิธีเตรียมยา วิธีบริหารยา หรือขนาดยาอย่างเฉพาะเจาะจง

จึงไม่สามารถระบุปริมาณสมุนไพร ปริมาณน้ำ ระยะเวลาในการต้ม วิธีคั้นน้ำ ความถี่ในการใช้ หรือระยะเวลารับประทานตามตำราอ้างอิงได้

แม้การคั้นน้ำใบย่านางเพื่อประกอบอาหารจะเป็นวิธีที่รู้จักแพร่หลาย แต่ไม่ควรนำมาอ้างว่าเป็นกรรมวิธีเตรียมยาแก้ไข้ตามตำราฉบับนี้ หากต้นฉบับไม่ได้ระบุไว้

📜 ข้อสังเกตทางเภสัชกรรมไทย

เถาวัลย์หญ้านางเป็นตัวอย่างของเครื่องยาที่ตำราอ้างอิงจัดอยู่ในกลุ่มไม้เถาเลื้อย และใช้ส่วนของพืชมากกว่าหนึ่งส่วน ได้แก่ เถาและใบ โดยกำหนดรสยาเป็นรสเย็น

ในเชิงทฤษฎีเภสัชกรรมไทย เครื่องยารสเย็นมักถูกอธิบายว่ามีความสัมพันธ์กับการแก้ไข้และระงับความร้อน ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดตามภูมิปัญญาดั้งเดิม

เถาวัลย์หญ้านางจึงเป็นตัวอย่างที่ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างส่วนที่ใช้เป็นยา รสยา และสรรพคุณตามตำรา

ข้อสังเกตสำคัญคือ ตำราไม่ได้แยกสรรพคุณตามส่วนของพืชออกเป็นรายข้อ จึงควรคงการอธิบายเถาและใบไว้ด้วยกัน เพื่อรักษาความตรงตามข้อความต้นฉบับ

💡 คำแนะนำจากพิกัดไทย

สำหรับนักศึกษาแพทย์แผนไทย เถาวัลย์หญ้านางเป็นสมุนไพรที่สามารถจดจำได้จากความสัมพันธ์ระหว่างรสเย็นกับสรรพคุณแก้ไข้และลดความร้อน

ประเด็นที่ 1 — ลักษณะพืช

เป็นไม้เถาเลื้อย สามารถทอดไปตามพื้นดินหรือพาดพันต้นไม้อื่นได้ จึงต้องจำแนกจากพืชล้มลุกที่มีชื่อคล้ายกัน

ประเด็นที่ 2 — ส่วนที่ใช้เป็นยา

ตำราอ้างอิงระบุเถาและใบ ควรจดจำทั้งสองส่วนให้ครบ

ประเด็นที่ 3 — รสยาและสรรพคุณ

รสเย็น มีสรรพคุณตามตำราแก้ไข้และลดความร้อน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการทบทวนวิชาเภสัชกรรมไทย

ประเด็นที่ 4 — การประยุกต์ความรู้

ควรแยกการใช้ย่านางเป็นอาหารออกจากการนำสมุนไพรมาใช้รักษาโรค เพราะรูปแบบการใช้ ปริมาณ และหลักฐานความปลอดภัยอาจแตกต่างกัน

⭐ ข้อสังเกตสำคัญ

หญ้านางกับย่านางเป็นพืชชนิดเดียวกันหรือไม่?

ในบริบทของรายการเถาวัลย์หญ้านางนี้ มีหลักฐานจากฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยที่เชื่อมโยงชื่อ “ย่านาง/หญ้านาง” กับพืชชนิด Tiliacora triandra (Colebr.) Diels

ชื่อย่านาง เถาย่านาง และเถาวัลย์เขียว ยังปรากฏในเอกสารพฤกษศาสตร์ของประเทศไทยที่ระบุพืชชนิดเดียวกัน จึงมีหลักฐานสนับสนุนการเชื่อมโยงชื่อเครื่องยาตามตำรากับพืชย่านางที่รู้จักทั่วไปได้ค่อนข้างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การยืนยันชนิดพืชจากตัวอย่างจริงยังจำเป็นต้องพิจารณาลักษณะทางพฤกษศาสตร์ร่วมด้วย เพราะชื่อท้องถิ่นอาจมีการใช้แตกต่างกันตามพื้นที่

เป็นพืชชนิดหญ้าหรือไม่?

แม้ชื่อพื้นเมืองจะมีคำว่า “หญ้านาง” แต่พืชชนิดนี้ไม่ได้เป็นหญ้าในวงศ์ Poaceae หากเป็นไม้เถาเลื้อยในวงศ์ Menispermaceae

ชื่อพื้นเมืองจึงไม่สามารถใช้บ่งบอกวงศ์พืชหรือลักษณะทางพฤกษศาสตร์ได้อย่างแน่นอน

🧠 จุดจำง่าย

เถาวัลย์หญ้านาง = เถาและใบ รสเย็น แก้ไข้ ลดความร้อน

ส่วนที่ใช้: เถา, ใบ

รสยา: เย็น

สรรพคุณ: แก้ไข้ ลดความร้อน

เทคนิคช่วยจำ

“หญ้านางเถาเลื้อย เย็นทั้งเถาใบ แก้ไข้ลดร้อน”

เป็นข้อความช่วยจำสำหรับนักศึกษาแพทย์แผนไทย โดยสรุปจากข้อมูลตามตำราอ้างอิง ไม่ใช่คำแนะนำให้ใช้ย่านางรักษาไข้ด้วยตนเอง

📚 ศัพท์น่ารู้

รสเย็น: ลักษณะรสยาที่ใช้จำแนกเครื่องยาตามหลักเภสัชกรรมไทย โดยสัมพันธ์กับแนวคิดการแก้ไข้และระงับความร้อนตามตำรา

แก้ไข้: สรรพคุณที่ปรากฏในตำราแพทย์แผนไทย ต้องพิจารณาความหมายตามบริบทของการใช้ยา ไม่ควรสรุปว่าสามารถรักษาสาเหตุของไข้ทุกชนิดได้

ลดความร้อน: คำอธิบายสรรพคุณตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ไม่จำเป็นต้องเทียบเท่ากับฤทธิ์ลดไข้ที่พิสูจน์จากการวัดอุณหภูมิร่างกายในการทดลองทางคลินิก

ไม้เถาเลื้อย: พืชที่มีลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดินหรือพาดพันสิ่งพยุง โดยอาจมีลำต้นเหนียวและเป็นเนื้อไม้

ใบเดี่ยว: ใบที่มีแผ่นใบหนึ่งแผ่นต่อก้านใบหนึ่งก้าน แตกต่างจากใบประกอบที่มีใบย่อยหลายใบ

Menispermaceae: วงศ์บอระเพ็ด เป็นวงศ์ของพืชดอกที่มีสมาชิกจำนวนมากเป็นไม้เถา และมีพืชสมุนไพรหลายชนิด

พฤกษอนุกรมวิธาน: วิชาที่ศึกษาการตั้งชื่อ การจัดจำแนก และความสัมพันธ์ของพืชตามหลักวิทยาศาสตร์

Antipyretic: คำทางเภสัชวิทยาหมายถึงฤทธิ์ลดไข้ ซึ่งต้องประเมินจากหลักฐานการทดลองที่เหมาะสม ไม่ใช่อาศัยการจำแนกรสยาตามตำราเพียงอย่างเดียว

 

🩺 ข้อมูลความปลอดภัยสมัยใหม่

หลักฐานทางเภสัชวิทยา

มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ Tiliacora triandra ทั้งด้านองค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา โดยพบสารสำคัญหลายกลุ่ม เช่น แอลคาลอยด์และสารประกอบฟีนอลิก

บทความทบทวนทางวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสาร Songklanakarin Journal of Science and Technology ปี 2021 รายงานว่ามีงานวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และฤทธิ์ลดไข้ของพืชชนิดนี้ในแบบจำลองการทดลอง

อย่างไรก็ตาม หลักฐานเหล่านี้ยังไม่เพียงพอสำหรับสรุปว่าเถาหรือใบย่านางมีประสิทธิผลในการรักษาไข้ในมนุษย์ตามมาตรฐานทางการแพทย์ปัจจุบัน

งานวิจัยด้านความเป็นพิษ

มีการศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดจากย่านางในสัตว์ทดลองหลายรูปแบบ ซึ่งต้องพิจารณาแยกตามส่วนของพืช ชนิดของสารสกัด ปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับ

งานวิจัยใน KKU Science Journal ปี 2018 ศึกษาสารสกัดเอทานอลจากรากย่านางในหนูทดลอง โดยพบว่าการให้สารสกัดขนาด 2,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน ติดต่อกัน 14 วัน มีความสัมพันธ์กับค่าการทำงานของตับที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงทางเนื้อเยื่อตับในสัตว์ทดลอง

ผลดังกล่าวสะท้อนว่าการใช้สารสกัดบางชนิดในขนาดสูงอาจมีความเสี่ยง แต่ไม่สามารถนำมาใช้สรุปว่าใบย่านางที่รับประทานเป็นอาหารทั่วไปมีอันตรายในลักษณะเดียวกัน เพราะเป็นคนละส่วนของพืชและคนละรูปแบบการได้รับสาร

ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาความเป็นพิษในสัตว์ทดลองก็ไม่สามารถนำมากำหนดขนาดยารักษาโรคที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์ได้โดยตรง

ข้อจำกัดของหลักฐาน

แม้ย่านางจะเป็นพืชอาหารที่มีประวัติการบริโภคในประเทศไทยมายาวนาน แต่ข้อมูลการบริโภคในรูปแบบอาหารแตกต่างจากการใช้เป็นยาหรือสารสกัดเข้มข้น

การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรจึงจำเป็นต้องมีข้อมูลการควบคุมคุณภาพ ขนาดยา ความเป็นพิษ และประสิทธิผลทางคลินิกที่เหมาะสม

🌳 จุดสังเกตทางพฤกษศาสตร์

ลักษณะลำต้น

ย่านางเป็นไม้เถาเลื้อยอายุหลายปี เถามีลักษณะกลม เหนียว เถาอ่อนสีเขียว มีขนสั้นละเอียด เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีคล้ำหรือสีน้ำตาล ผิวค่อนข้างเรียบ สามารถเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นหรือทอดไปตามพื้นดิน

ลักษณะใบ

ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี รูปใบหอก หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน โคนใบมนถึงสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ

แผ่นใบสีเขียวเข้ม ผิวค่อนข้างเรียบเป็นมัน เนื้อใบเหนียว มีเส้นใบเด่นออกจากบริเวณโคนใบหรือใกล้โคนใบ 3–5 เส้น และมีเส้นแขนงใบเพิ่มเติม

ใบโดยทั่วไปกว้างประมาณ 2–4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5–12 เซนติเมตร แต่อาจมีขนาดแตกต่างกันตามสภาพการเจริญเติบโต

ลักษณะดอก

ดอกมีขนาดเล็ก ออกเป็นช่อตามซอกใบหรือตามเถา มีดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกกัน สีดอกส่วนใหญ่เป็นสีเหลืองอ่อน

ส่วนประกอบของดอกมีขนาดเล็กมาก ต้องอาศัยการสังเกตอย่างละเอียดเพื่อใช้จำแนกพืช

ลักษณะผลและเมล็ด

ผลเป็นผลกลุ่ม ประกอบด้วยผลย่อยขนาดเล็ก มีลักษณะรูปรีหรือรูปไข่กลับ ผิวเกลี้ยง

ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีส้มถึงแดง ภายในมีเมล็ดแข็ง โดยเมล็ดมีลักษณะโค้งคล้ายเกือกม้า

ระบบราก

เป็นพืชอายุหลายปี มีส่วนใต้ดินพัฒนาเพื่อสะสมอาหาร รากบางส่วนมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และสามารถเจริญเป็นเถาใหม่ได้

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

ย่านางเป็นพืชพื้นถิ่นของภูมิภาคเอเชียเขตร้อน มีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดียตะวันออกเฉียงเหนือผ่านเมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไปจนถึงคาบสมุทรมลายู

ในประเทศไทยพบได้หลายภูมิภาค ทั้งตามชายป่า ป่าดิบ ป่าละเมาะ ริมลำธาร และพื้นที่รกร้างที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของไม้เถา

🔎 หมายเหตุด้านการจำแนก

ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบันคือ Tiliacora triandra (Colebr.) Diels อยู่ในวงศ์ Menispermaceae

Royal Botanic Gardens, Kew ระบุว่าพืชชนิดนี้มีชื่อพ้องทางวิทยาศาสตร์หลายชื่อ เช่น

  • Cocculus triandrus Colebr.

  • Limacia triandra (Colebr.) Hook.f. & Thomson

  • Menispermum triandrum (Colebr.) Roxb.

การเปลี่ยนชื่อทางอนุกรมวิธานเกิดจากการศึกษาความสัมพันธ์และการจัดจำแนกพืช ไม่ได้หมายความว่าเป็นพืชคนละชนิดเสมอไป

ในฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยพบการใช้ชื่อ “ย่านาง/หญ้านาง” สำหรับพืชชนิดเดียวกัน ขณะที่เอกสารพฤกษศาสตร์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุชื่อเถาย่านางและชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ เชื่อมโยงกับชื่อวิทยาศาสตร์นี้อย่างชัดเจน

สำหรับฐานข้อมูล PikadThai จึงสามารถใช้ชื่อวิทยาศาสตร์นี้ประกอบรายการเถาวัลย์หญ้านางตามตำราได้ โดยควรตรวจสอบลักษณะพืชจริงเพิ่มเติมหากนำตัวอย่างสดหรือเครื่องยาจากแหล่งจำหน่ายมาใช้เป็นหลักฐานประกอบ

📝 หมายเหตุเพื่อการศึกษา

เถาวัลย์หญ้านางเป็นตัวอย่างสมุนไพรที่มีความสัมพันธ์ระหว่างภูมิปัญญาเภสัชกรรมไทย วิชาพฤกษศาสตร์ และวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้าน

สาระสำคัญตามตำราอ้างอิง คือ ใช้เถาและใบ รสเย็น มีสรรพคุณแก้ไข้ ลดความร้อน

นักศึกษาแพทย์แผนไทยควรจดจำส่วนที่ใช้ รสยา และสรรพคุณให้ตรงกับต้นฉบับ พร้อมศึกษาเอกลักษณ์ทางพฤกษศาสตร์ของย่านางเพื่อให้สามารถจำแนกพืชได้ถูกต้อง

ควรตระหนักว่าการกล่าวถึงสรรพคุณแก้ไข้ในตำราเป็นการบันทึกภูมิปัญญาดั้งเดิม ส่วนการประเมินประสิทธิผลและความปลอดภัยทางการแพทย์สมัยใหม่ต้องอาศัยหลักฐานการศึกษาที่เหมาะสมเพิ่มเติม

PikadThai.com — ศูนย์กลางองค์ความรู้แพทย์แผนไทย