ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

BOTANICAL PROFILE

อุโลก

Hymenodictyon orixense (Roxb.) Mabb. | วงศ์ Rubiaceae (วงศ์เข็ม) | ชื่อพ้องสำคัญ Hymenodictyon excelsum (Roxb.) Wall. ex G.Don, Cinchona orixensis Roxb.

กลับไปดูสมุนไพรทั้งหมด
ภาพหลักของ อุโลก · แสดงเต็มภาพ

OVERVIEW

รายละเอียดเบื้องต้น

อุโลกเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงโดยทั่วไปประมาณ 10–20 เมตร และอาจสูงได้ถึง 30 เมตร ลำต้นค่อนข้างตรง เรือนยอดโปร่ง กิ่งก้านแตกเป็นชั้น ๆ รอบลำต้น เปลือกต้นหนาสีเทาปนน้ำตาล แตกเป็นสะเก็ดหรือหลุดล่อนเป็นแผ่น เปลือกด้านในมีสีแดง ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งในการจำแนกชนิด ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก มักปรากฏรวมกันหนาแน่นบริเวณปลายกิ่ง แผ่นใบรูปไข่ถึงรูปไข่กว้าง โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ เส้นแขนงใบมองเห็นได้ชัด ยอดอ่อนอาจมีสีแดงเรื่อและมีขนอ่อนปกคลุม ดอกออกเป็นช่อแยกแขนงบริเวณซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกย่อยมีขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว สีเหลืองอ่อน หรือเหลืองแกมเขียว ผลเป็นผลแห้งแตก รูปรีถึงรูปขอบขนาน เมื่อแก่มีสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมากซึ่งมีส่วนคล้ายปีกบางช่วยในการกระจายพันธุ์ อุโลกพบได้ตามป่าผลัดใบและป่าเขตร้อนที่มีฤดูแล้ง ในประเทศไทยพบตามพื้นที่ป่าธรรมชาติหลายภูมิภาค และมีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่อนุทวีปอินเดียผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงบางส่วนของเอเชียตะวันออกและฟิลิปปินส์

MAIN PROPERTIES

สรรพคุณและรายละเอียด

🌿 อุโลก (ส้มกบ)

สมุนไพรไม้ยืนต้นที่มีรสขมและขมเย็น ใช้แก่น เปลือกต้น และรากเป็นยาตามตำราเภสัชกรรมไทย

อุโลกเป็นสมุนไพรในวงศ์เข็มที่พบในป่าธรรมชาติของประเทศไทย มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ส้มกบ ตำราเภสัชกรรมไทยกล่าวถึงการใช้แก่น เปลือกต้น และราก โดยมีสรรพคุณตามภูมิปัญญาดั้งเดิมเกี่ยวกับการแก้ไข้พิษ ไข้กาฬ ไข้ตัวร้อน และอาการกระหายน้ำจากพิษร้อน

🌱 ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • แก่น

  • เปลือกต้น

  • ราก

ทั้งสามส่วนเป็นส่วนที่ตำราต้นฉบับระบุไว้โดยตรง ไม่ได้หมายถึงการใช้ทุกส่วนของต้นแทนกันได้

🍃 รสยา

แก่นและเปลือกต้น: รสขม

ราก: รสขมเย็น

รสยาทั้งสองลักษณะมีความเกี่ยวข้องกับสรรพคุณที่ตำรากล่าวถึง แต่ไม่ควรถือว่ามีฤทธิ์หรือสามารถใช้ทดแทนกันได้ทั้งหมด

💊 สรรพคุณตามตำราเภสัชกรรมไทย

🌳 แก่นและเปลือกต้น

รสขม

  • แก้ไข้พิษ

  • แก้ไข้กาฬ

  • แก้ไข้ตัวร้อน

🌿 ราก

รสขมเย็น

  • แก้ไข้

  • แก้พิษร้อนในกระหายน้ำ

ที่มา: ตำราเภสัชกรรมไทย หน้า ๕๗ ตามภาพต้นฉบับ

🫖 วิธีใช้ตามตำรา

ตำราต้นฉบับหน้า ๕๗ ไม่ได้ระบุวิธีเตรียมยา ปริมาณการใช้ หรือขนาดรับประทานของอุโลกไว้อย่างชัดเจน จึงไม่ควรกำหนดวิธีต้ม วิธีฝน หรือขนาดยาเพิ่มเติมโดยปราศจากแหล่งอ้างอิงของตำรับนั้นโดยตรง

📜 ข้อสังเกตจากตำราต้นฉบับ

ตำราแยกส่วนที่ใช้เป็นยาออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ แก่นและเปลือกต้น ซึ่งมีรสขม และ ราก ซึ่งมีรสขมเย็น

สรรพคุณของแก่นและเปลือกต้นมุ่งกล่าวถึงไข้พิษ ไข้กาฬ และไข้ตัวร้อน ขณะที่รากกล่าวถึงไข้และพิษร้อนในกระหายน้ำ

การแยกข้อมูลเช่นนี้มีความสำคัญต่อการศึกษาเภสัชกรรมไทย เพราะแม้เป็นพืชชนิดเดียวกัน แต่ส่วนที่ใช้เป็นยาอาจมีรสยาและรายละเอียดสรรพคุณต่างกัน

💡 คำแนะนำจากพิกัดไทย

ในการจดจำสรรพคุณของอุโลก ให้นักศึกษาเชื่อมโยง ส่วนที่ใช้ → รสยา → สรรพคุณ โดยแยกเป็นสองกลุ่ม

แก่นและเปลือกต้น → ขม → ไข้พิษ ไข้กาฬ ไข้ตัวร้อน

ราก → ขมเย็น → ไข้ พิษร้อนในกระหายน้ำ

การจดจำแบบนี้ช่วยลดความสับสนระหว่างสรรพคุณของแก่น เปลือกต้น และราก โดยไม่ต้องนำรายละเอียดของส่วนหนึ่งไปปะปนกับอีกส่วนหนึ่ง

⭐ ข้อสังเกตสำคัญ

คำว่า แก้พิษร้อนในกระหายน้ำ ในตำราเป็นถ้อยคำตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย ไม่ได้หมายความว่าอุโลกได้รับการพิสูจน์ทางคลินิกแล้วว่าสามารถรักษาภาวะขาดน้ำหรือโรคที่ทำให้กระหายน้ำได้

เช่นเดียวกัน คำว่า แก้ไข้กาฬ เป็นคำในระบบการจำแนกอาการและโรคของตำราดั้งเดิม ไม่ควรนำไปเทียบกับโรคติดเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่งในปัจจุบันโดยตรง

🧠 จุดจำง่าย

“แก่นเปลือกขม แก้ไข้พิษกาฬร้อน — รากขมเย็น แก้ไข้ร้อนในกระหายน้ำ”

ประโยคนี้เป็นคำช่วยจำจากข้อมูลตำรา ไม่ใช่สูตรปรุงยาหรือคำแนะนำให้ใช้ยาด้วยตนเอง

📚 ศัพท์น่ารู้

ไข้พิษ: กลุ่มอาการไข้ตามแนวคิดแพทย์แผนไทยที่กล่าวถึงภาวะพิษหรือความรุนแรงของไข้ ไม่ใช่ชื่อโรคจำเพาะตามการวินิจฉัยสมัยใหม่

ไข้กาฬ: คำเรียกกลุ่มอาการหรือภาวะไข้ในตำราแพทย์แผนไทย ซึ่งต้องตีความตามบริบทของตำรา ไม่สามารถเทียบตรงกับโรคใดโรคหนึ่งได้ทุกกรณี

พิษร้อนใน: คำอธิบายสภาวะผิดปกติในศาสตร์แพทย์แผนไทยที่สัมพันธ์กับอาการร้อนภายในหรืออาการอื่นตามบริบท ไม่เท่ากับการวินิจฉัยภาวะอักเสบหรือการติดเชื้อทางการแพทย์ปัจจุบัน

รสขมเย็น: การจำแนกรสยาตามหลักเภสัชกรรมไทย โดยมีทั้งคุณลักษณะขมและเย็น ซึ่งเป็นหลักการอธิบายคุณสมบัติยาดั้งเดิม ไม่ใช่ค่าที่วัดได้จากอุณหภูมิหรือฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาโดยตรง

🩺 ข้อมูลความปลอดภัยสมัยใหม่

อุโลกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hymenodictyon orixense (Roxb.) Mabb. แม้มีการบันทึกการใช้เป็นสมุนไพรในภูมิปัญญาดั้งเดิม แต่ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่เพียงพอให้ยืนยันประสิทธิผลและขนาดใช้ที่ปลอดภัยสำหรับการรักษาไข้ในมนุษย์

ข้อมูลด้านสารสำคัญหรือการศึกษาระดับห้องปฏิบัติการไม่สามารถใช้แทนผลการศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิผลทางคลินิกได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้ส่วนของพืชแตกต่างกัน

🌳 จุดสังเกตทางพฤกษศาสตร์

อุโลกเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ เปลือกต้นสีเทาปนน้ำตาล แตกเป็นสะเก็ด เปลือกด้านในสีแดง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉากและมักรวมกันบริเวณปลายกิ่ง ดอกออกเป็นช่อแยกแขนง มีดอกย่อยสีขาวหรือเหลืองอ่อน ผลเป็นผลแห้ง ภายในมีเมล็ดขนาดเล็ก

ลักษณะเด่นที่ควรจดจำคือ เปลือกในสีแดง ใบกระจุกบริเวณปลายกิ่ง และช่อดอกแยกแขนง

🔎 หมายเหตุด้านการจำแนก

ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในปัจจุบันคือ Hymenodictyon orixense (Roxb.) Mabb. อยู่ในวงศ์ Rubiaceae โดยเคยปรากฏชื่อทางวิทยาศาสตร์อื่นในเอกสารพฤกษศาสตร์เก่า เช่น Hymenodictyon excelsum

ชื่อพื้นเมือง ส้มกบ เป็นอีกชื่อหนึ่งของอุโลก แต่การใช้ชื่อท้องถิ่นเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้ จึงควรตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์และลักษณะพฤกษศาสตร์ประกอบทุกครั้ง

📝 หมายเหตุเพื่อการศึกษา

เนื้อหาด้านรสยา ส่วนที่ใช้ และสรรพคุณอ้างอิงจากตำราเภสัชกรรมไทย หน้า ๕๗ ส่วนข้อมูลด้านพฤกษศาสตร์และอนุกรมวิธานตรวจสอบประกอบจากฐานข้อมูลวิชาการสมัยใหม่

ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ด้านเภสัชกรรมไทยและการอนุรักษ์องค์ความรู้ดั้งเดิม ไม่ใช่คำแนะนำในการวินิจฉัยหรือรักษาโรคด้วยตนเอง

PikadThai.com — Connecting Knowledge. Empowering Thai Traditional Medicine.