BOTANICAL PROFILE
หมีเหม็น
Litsea glutinosa (Lour.) C.B.Rob. วงศ์: Lauraceae
OVERVIEW
รายละเอียดเบื้องต้น
หมีเหม็นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นแตกกิ่งเป็นทรงพุ่ม เปลือกต้นสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเทา ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ มักออกค่อนข้างหนาแน่นบริเวณปลายกิ่ง แผ่นใบรูปรีถึงรูปรีแกมขอบขนาน เนื้อใบค่อนข้างหนา ดอกออกเป็นช่อขนาดเล็ก ผลรูปกลม ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มถึงเกือบดำ ตาม แหล่งอ้างอิงหลัก ระบุว่าเป็น ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ส่วนที่ใช้เป็นยา ได้แก่ เปลือกต้น ยาง และราก
MAIN PROPERTIES
สรรพคุณและรายละเอียด
🌿 หมีเหม็น
หมีเหม็น เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ส่วนที่ใช้เป็นยาตามแหล่งอ้างอิงหลัก ได้แก่ เปลือกต้น ยาง และราก
🌳 เปลือกต้น
🌿 รสยา
รสฝาด
✨ สรรพคุณ
- แก้บิดมูกเลือด
- แก้ปวดมดลูก
- แก้พิษฝี
- แก้ผื่นคัน
💧 ยาง
🌿 รสยา
รสฝาดขม
✨ สรรพคุณ
- แก้น้ำนมตกค้าง
🌱 ราก
🌿 รสยา
รสขมเบื่อ
✨ สรรพคุณ
- แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย
- แก้กล้ามเนื้ออักเสบ
💡 คำแนะนำจากพิกัดไทย
🌳 จำจาก “เปลือกต้น”
เปลือก → ฝาด → บิดมูกเลือด + มดลูก + พิษฝี + ผื่นคัน
💧 จำจาก “ยาง”
ยาง → ฝาดขม → น้ำนมตกค้าง
🌱 จำจาก “ราก”
ราก → ขมเบื่อ → ปวดเมื่อย + กล้ามเนื้ออักเสบ
🧠 จุดจำง่าย
“หมีเหม็น เปลือกฝาดเด่นบิด–ผื่น ยางแก้น้ำนมค้าง รากขมเบื่อแก้ปวดเมื่อย”
จำแยกเป็น 3 กลุ่มง่าย ๆ
เปลือก → ลำไส้ + มดลูก + ผิวหนัง
ยาง → น้ำนม
ราก → ปวดเมื่อย + กล้ามเนื้อ
📚 ศัพท์น่ารู้
บิดมูกเลือด
หมายถึงอาการถ่ายอุจจาระที่มี มูกและเลือดปน อาจมีอาการปวดบิดหรือปวดเบ่งร่วมด้วย ในปัจจุบันอาการดังกล่าวเกิดได้จากหลายสาเหตุและควรได้รับการตรวจหาสาเหตุอย่างเหมาะสม
พิษฝี
เป็นถ้อยคำตามองค์ความรู้แพทย์แผนไทย หมายถึงภาวะพิษหรือความผิดปกติที่สัมพันธ์กับฝี เช่น บวม แดง ร้อน ปวด หรือมีหนอง
น้ำนมตกค้าง
ตามบริบทขององค์ความรู้ดั้งเดิม หมายถึงภาวะที่มีน้ำนมคั่งหรือตกค้างบริเวณเต้านม ซึ่งอาจสัมพันธ์กับอาการคัดตึงหรือเจ็บเต้านม
รสขมเบื่อ
เป็นรสยาตามหลักเภสัชกรรมไทยที่มีลักษณะของ รสขมร่วมกับกลุ่มรสเมาเบื่อ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และต้องพิจารณาชนิดยา ปริมาณ และวิธีเตรียมให้เหมาะสม
⚠️ หมายเหตุ
ข้อมูลสมุนไพรนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ความรู้และใช้ประกอบการศึกษาเท่านั้น มิใช่คำแนะนำการรักษา การสั่งใช้ยา หรือคำแนะนำจากแพทย์หรือแพทย์แผนไทย ไม่ควรนำข้อมูลไปปรุงยา ใช้ยา หรือปรับเปลี่ยนการรักษาด้วยตนเองโดยปราศจากการประเมินและกำกับดูแลจากแพทย์หรือแพทย์แผนไทยที่เหมาะสม