ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

BOTANICAL PROFILE

ตานหม่อน (ตาลขี้นก)

Tarlmounia elliptica (DC.) H.Rob., S.C.Keeley, Skvarla & R.Chan | วงศ์ Asteraceae (Compositae) | ชื่อพ้องสำคัญ Vernonia elliptica DC., Vernonia elaeagnifolia DC., Strobocalyx elliptica (DC.) Sch.Bip.

กลับไปดูสมุนไพรทั้งหมด
ภาพหลักของ ตานหม่อน (ตาลขี้นก) · แสดงเต็มภาพ

OVERVIEW

รายละเอียดเบื้องต้น

ตานหม่อน เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็งอายุหลายปีในวงศ์ทานตะวัน (Asteraceae) ลำต้นแตกกิ่งก้านยาวเรียว เลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น เปลือกเถาสีน้ำตาล กิ่งอ่อนมีขนสีขาวเงินปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีถึงรูปไข่กลับ ขอบใบเรียบหรือหยักห่าง ๆ ผิวใบด้านบนสีเขียว ส่วนด้านล่างมีขนนุ่มสีขาวเงินเป็นลักษณะเด่น ดอกออกเป็นช่อกระจุกขนาดเล็ก สีม่วงอ่อนและเปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อใกล้โรย ผลแห้งขนาดเล็กมีพู่ขนช่วยกระจายเมล็ดตามลม

MAIN PROPERTIES

สรรพคุณและรายละเอียด

🌿 ตานหม่อน (ตาลขี้นก)

หมวดสมุนไพร : พืชจำพวกเถา–เครือ

ตานหม่อน หรือ ตาลขี้นก เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็งในวงศ์ทานตะวัน (Asteraceae) มีลักษณะเด่นคือกิ่งอ่อนมีขนสีขาวเงิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ ผิวใบด้านล่างมีขนนุ่มสีเงิน ดอกขนาดเล็กออกเป็นช่อ โดยดอกอ่อนมีสีม่วงและเปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อใกล้โรย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tarlmounia elliptica (DC.) H.Rob., S.C.Keeley, Skvarla & R.Chan

ตานหม่อนเป็นสมุนไพรที่ใช้ทั้งต้นเป็นเครื่องยา มีรสเบื่อเย็น มีสรรพคุณตามภูมิปัญญาเภสัชกรรมไทยในการแก้พิษตานซาง บำรุงเนื้อหนังให้ชุ่มชื่น คุมธาตุ และขับไส้เดือนในท้อง

🌱 ส่วนที่ใช้เป็นยา

ทั้งต้น

ใช้ส่วนต่าง ๆ ของต้นตานหม่อนร่วมกันเป็นเครื่องยาตามข้อมูลตำรา โดยไม่ได้ระบุสรรพคุณแยกเป็นรายส่วน เช่น ใบ ดอก เถา หรือราก

นอกจากนี้ยังมีการใช้ใบตานหม่อนเป็นส่วนประกอบของตำรับยาไทยบางตำรับ โดยเฉพาะยาประสะมะแว้ง แต่ควรแยกข้อมูลการใช้ใบในตำรับออกจากการใช้ทั้งต้นเป็นเครื่องยาตามรายการนี้

🍃 รสยา

ทั้งต้น : รสเบื่อเย็น

รสเบื่อเย็นเป็นลักษณะรสยาตามทฤษฎีเภสัชกรรมไทย ประกอบด้วยคุณลักษณะเบื่อและเย็น ซึ่งใช้ในการบรรยายและจำแนกเครื่องยา

ทั้งนี้ คำว่าเบื่อไม่ได้หมายความว่าพืชมีพิษในระดับที่กำหนดแน่นอน และคำว่าเย็นไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิของเครื่องยาโดยตรง การประเมินความปลอดภัยจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางพิษวิทยาประกอบ

💊 สรรพคุณตามตำรา

🌿 ทั้งต้น — รสเบื่อเย็น

  • แก้พิษตานซาง

  • บำรุงเนื้อหนังให้ชุ่มชื่น

  • คุมธาตุ

  • ขับไส้เดือนในท้อง

สรรพคุณดังกล่าวเป็นองค์ความรู้ตามภูมิปัญญาเภสัชกรรมไทย ไม่ใช่หลักฐานยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคตามมาตรฐานการแพทย์ปัจจุบัน

🫖 วิธีใช้ตามตำรา

ใช้ ทั้งต้น เป็นเครื่องยา โดยมีการระบุรสยาและสรรพคุณ แต่ไม่ได้กำหนดกรรมวิธีเตรียมยา ขนาดยา ปริมาณการรับประทาน หรือระยะเวลาการใช้อย่างเฉพาะเจาะจง

จึงไม่ควรกำหนดวิธีต้ม ดอง บด หรือรับประทานขึ้นเอง โดยเฉพาะการใช้เพื่อขับพยาธิในเด็ก ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาความปลอดภัยและชนิดของพยาธิก่อน

📜 ข้อสังเกตทางเภสัชกรรมไทย

ตานหม่อนเป็นสมุนไพรที่ใช้ทั้งต้นรสเบื่อเย็น โดยมีสรรพคุณสำคัญเกี่ยวกับการแก้พิษตานซาง บำรุงเนื้อหนังให้ชุ่มชื่น คุมธาตุ และขับไส้เดือนในท้อง

ตามแนวคิดแพทย์แผนไทย ตานซาง เป็นกลุ่มอาการเจ็บป่วยที่พบกล่าวถึงในตำราการรักษาเด็ก โดยอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ภาวะโภชนาการ และอาการเจ็บป่วยเรื้อรังบางลักษณะ ทั้งนี้ไม่สามารถเทียบตรงกับโรคใดโรคหนึ่งตามการแพทย์ปัจจุบันได้

สรรพคุณคุมธาตุมีความสัมพันธ์กับแนวคิดการปรับสมดุลการทำงานของธาตุตามทฤษฎีแพทย์แผนไทย ส่วนการขับไส้เดือนในท้องเป็นการบันทึกการใช้เครื่องยาเกี่ยวกับพยาธิในลำไส้ แต่ยังต้องศึกษาว่ามีฤทธิ์ต่อพยาธิชนิดใดและมีประสิทธิผลจริงเพียงใด

💡 คำแนะนำจากพิกัดไทย

การศึกษาตานหม่อนควรเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญดังนี้

ทั้งต้น — รสเบื่อเย็น — แก้พิษตานซาง บำรุงเนื้อหนังให้ชุ่มชื่น คุมธาตุ ขับไส้เดือนในท้อง

สามารถแบ่งสรรพคุณออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อช่วยจดจำ ได้แก่

  • กลุ่มตานซาง : แก้พิษตานซาง

  • กลุ่มบำรุงและปรับธาตุ : บำรุงเนื้อหนังให้ชุ่มชื่นและคุมธาตุ

  • กลุ่มพยาธิ : ขับไส้เดือนในท้อง

สำหรับนักศึกษาเภสัชกรรมไทย ควรจดจำว่าสมุนไพรชนิดนี้ใช้ทั้งต้นรสเบื่อเย็น ไม่ใช่ระบุเพียงใบเป็นส่วนที่ใช้ตามข้อมูลรายการนี้

อีกประเด็นที่ควรศึกษาเพิ่มเติมคือการปรากฏของใบตานหม่อนในตำรับยาประสะมะแว้ง ซึ่งเป็นตัวอย่างของการใช้เครื่องยาชนิดเดียวกันในบริบทตำรับที่แตกต่างจากการใช้เดี่ยว

⭐ ข้อสังเกตสำคัญ

ตานหม่อนเป็นพืชวงศ์ทานตะวัน แม้จะมีลักษณะเป็นไม้เถาเลื้อยก็ตาม

ตานหม่อนมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์แตกต่างจากหม่อนที่ใช้เลี้ยงไหม (Morus alba L.) ซึ่งเป็นพืชวงศ์ Moraceae ไม่ควรนำข้อมูลของพืชทั้งสองชนิดมาใช้แทนกัน

ลักษณะสำคัญของตานหม่อนคือกิ่งอ่อนและท้องใบมีขนนุ่มสีเงิน ดอกขนาดเล็กออกเป็นช่อกระจุก และผลแห้งมีพู่ขนสำหรับช่วยกระจายพันธุ์

ชื่อวิทยาศาสตร์ที่พบในเอกสารสมุนไพรไทยรุ่นเก่าคือ Vernonia elliptica DC. แต่ปัจจุบันมีการจัดจำแนกให้ใช้ชื่อ Tarlmounia elliptica (DC.) H.Rob., S.C.Keeley, Skvarla & R.Chan ซึ่งเป็นชื่อที่ยอมรับทางอนุกรมวิธาน

🧠 จุดจำง่าย

“ตานหม่อน ทั้งต้นเบื่อเย็น แก้ตานซาง บำรุงเนื้อหนัง คุมธาตุ ขับไส้เดือน”

จดจำองค์ประกอบสำคัญดังนี้

  • ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้น

  • รสยา : เบื่อเย็น

  • สรรพคุณเด่น : แก้พิษตานซาง

  • สรรพคุณอื่น : บำรุงเนื้อหนังให้ชุ่มชื่น คุมธาตุ ขับไส้เดือนในท้อง

เทคนิคช่วยจำ : “ตานหม่อน — ตานซาง เนื้อหนัง ธาตุ ไส้เดือน”

เทคนิคจำแนกพืช : “กิ่งเงิน ใต้ใบเงิน ดอกม่วงอ่อนเปลี่ยนขาว”

📚 ศัพท์น่ารู้

รสเบื่อเย็น : ลักษณะรสยาตามทฤษฎีเภสัชกรรมไทยที่ประกอบด้วยคุณลักษณะเบื่อและเย็น ไม่สามารถใช้ประเมินระดับความเป็นพิษหรือฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาได้โดยตรง

ตานซาง : กลุ่มอาการเจ็บป่วยในเด็กตามองค์ความรู้แพทย์แผนไทย โดยมีการจำแนกหลายลักษณะและมีความเกี่ยวข้องกับการประเมินอาการและสมุฏฐานในเด็ก ไม่ใช่ชื่อโรคเฉพาะตามการแพทย์ปัจจุบัน

คุมธาตุ : สรรพคุณตามทฤษฎีเภสัชกรรมไทยที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมหรือปรับความผิดปกติของธาตุ โดยอาจสัมพันธ์กับการทำงานของระบบทางเดินอาหารในบางบริบท

บำรุงเนื้อหนัง : คำอธิบายสรรพคุณตามภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยที่เกี่ยวข้องกับความสมบูรณ์ของเนื้อเยื่อและผิวหนัง ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าสมุนไพรสามารถเพิ่มคอลลาเจนหรือรักษาโรคผิวหนังได้

พยาธิไส้เดือน (Ascariasis) : การติดเชื้อพยาธิตัวกลม Ascaris lumbricoides ในลำไส้ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง ความผิดปกติทางโภชนาการ หรือภาวะแทรกซ้อนจากพยาธิจำนวนมาก

พู่ขน (Pappus) : โครงสร้างขนหรือเกล็ดที่เกิดจากกลีบเลี้ยงดัดแปลง พบในพืชวงศ์ทานตะวันหลายชนิด ช่วยในการกระจายผลหรือเมล็ดตามลม

วงศ์ทานตะวัน (Asteraceae) : วงศ์พืชดอกขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเด่นคือดอกย่อยรวมกันเป็นช่อกระจุกแน่นคล้ายดอกเดี่ยว พบได้ทั้งไม้ล้มลุก ไม้พุ่ม และไม้เลื้อย

🩺 ข้อมูลความปลอดภัยสมัยใหม่

ตานหม่อน (Tarlmounia elliptica) มีรายงานการศึกษาสารประกอบธรรมชาติจากส่วนเหนือดิน โดยพบสารกลุ่มเซสควิเทอร์พีนแลกโทน (Sesquiterpene lactones) เช่น glaucolides A และ B รวมถึงสารอื่น เช่น lupeol, taraxasterol, sitosterol และ stigmasterol

สารกลุ่มเซสควิเทอร์พีนแลกโทนพบในพืชวงศ์ Asteraceae หลายชนิด และเป็นสารกลุ่มที่อาจมีฤทธิ์ทางชีวภาพ แต่ไม่สามารถสรุปว่าสารทุกชนิดในกลุ่มนี้มีความปลอดภัยหรือมีฤทธิ์เหมือนกัน

มีการศึกษาฤทธิ์ต้านจุลชีพของสารสกัดตานหม่อนในระดับห้องปฏิบัติการ โดยมีรายงานผลต่อจุลชีพบางชนิด อย่างไรก็ตาม ผลการทดลองดังกล่าวยังไม่สามารถนำมาใช้ยืนยันประสิทธิผลในการรักษาการติดเชื้อในมนุษย์ได้

สำหรับการใช้ขับพยาธิไส้เดือน ยังจำเป็นต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับชนิดสารออกฤทธิ์ ความสามารถในการกำจัดพยาธิ ขนาดยาที่ปลอดภัย และผลการศึกษาทางคลินิก

การใช้ใบตานหม่อนเป็นส่วนประกอบของตำรับยาประสะมะแว้งควรพิจารณาตามข้อกำหนดของตำรับและผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน ไม่ควรนำขนาดการใช้ของตำรับยามาเป็นขนาดการใช้พืชเดี่ยว

🌳 จุดสังเกตทางพฤกษศาสตร์

ตานหม่อนเป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็ง สามารถเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้ยาวหลายเมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านเรียวยาว มีสันตามยาว เปลือกสีน้ำตาล กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนนุ่มสีเทาเงินหรือขาวเงินปกคลุมอย่างหนาแน่น

ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ รูปไข่กลับ รูปรี หรือรูปขอบขนาน กว้างประมาณ 3–4.5 เซนติเมตร ยาว 6–10 เซนติเมตร ปลายใบแหลมถึงมน โคนใบมน ขอบใบเรียบหรือจักฟันเลื่อยห่าง ๆ แผ่นใบค่อนข้างหนาคล้ายหนัง

ผิวใบด้านบนสีเขียวและค่อนข้างเกลี้ยง ส่วนด้านล่างมีขนนุ่มคล้ายไหมสีเทาเงินหนาแน่น มีเส้นแขนงใบประมาณ 7–9 คู่ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นสำหรับการจำแนกพืชชนิดนี้

ดอกออกเป็นช่อแยกแขนงบริเวณปลายกิ่งและซอกใบตอนบน ประกอบด้วยช่อดอกย่อยจำนวนมาก แต่ละช่อมีดอกเล็กประมาณ 3–5 ดอก ดอกเริ่มแรกมีสีม่วงหรือม่วงอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อใกล้โรย มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ

ผลเป็นผลแห้งขนาดเล็ก ภายในมีเมล็ดเพียงเมล็ดเดียว และมีพู่ขนสีขาวช่วยกระจายผลไปตามลม

ตานหม่อนพบกระจายพันธุ์ในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง โดยมักขึ้นตามชายป่า ป่าผสมผลัดใบ ป่าดิบแล้ง และบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง สามารถเจริญเติบโตได้ในพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง

🔎 หมายเหตุด้านการจำแนก

ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับ : Tarlmounia elliptica (DC.) H.Rob., S.C.Keeley, Skvarla & R.Chan

วงศ์ : Asteraceae

ชื่อวิทยาศาสตร์เดิมที่พบแพร่หลายในตำราและเอกสารสมุนไพรไทยคือ Vernonia elliptica DC. ซึ่งเป็นชื่อพ้องของพืชชนิดเดียวกันตามการจำแนกปัจจุบัน

ลักษณะสำคัญในการจำแนกตานหม่อน ได้แก่

  • เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็ง

  • กิ่งอ่อนมีขนสีขาวเงิน

  • ใบเดี่ยวเรียงสลับ

  • ผิวใบด้านล่างมีขนนุ่มสีเงิน

  • ดอกขนาดเล็กออกเป็นช่อ สีม่วงอ่อนและเปลี่ยนเป็นขาว

  • ผลแห้งมีพู่ขนช่วยกระจายพันธุ์

ตานหม่อนไม่ใช่ต้นหม่อนที่ใช้เลี้ยงไหม โดยหม่อนเลี้ยงไหมมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Morus alba L. อยู่ในวงศ์ Moraceae ส่วนตานหม่อนอยู่ในวงศ์ Asteraceae

พืชทั้งสองชนิดมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์และการใช้ประโยชน์แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำข้อมูลเครื่องยาหรือสารสำคัญมาใช้แทนกัน

📝 หมายเหตุเพื่อการศึกษา

ตานหม่อนเป็นสมุนไพรในกลุ่มพืชจำพวกเถา–เครือที่ใช้ทั้งต้นเป็นเครื่องยา มีรสเบื่อเย็น และมีสรรพคุณสำคัญเกี่ยวกับการแก้พิษตานซาง บำรุงเนื้อหนังให้ชุ่มชื่น คุมธาตุ และขับไส้เดือนในท้องตามภูมิปัญญาเภสัชกรรมไทย

นักศึกษาแพทย์แผนไทยควรจดจำความสัมพันธ์ระหว่าง ทั้งต้น — รสเบื่อเย็น — แก้พิษตานซาง บำรุงเนื้อหนัง คุมธาตุ ขับไส้เดือน พร้อมศึกษาลักษณะใบที่มีขนสีเงินด้านล่าง และการเปลี่ยนแปลงชื่อวิทยาศาสตร์จาก Vernonia elliptica มาเป็น Tarlmounia elliptica

PikadThai.com — ศูนย์กลางองค์ความรู้แพทย์แผนไทย