ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

BOTANICAL PROFILE

กระไดลิง

Phanera scandens (L.) Lour. ex Raf. | วงศ์ Fabaceae | ชื่อพ้องสำคัญ Bauhinia scandens L., Lasiobema scandens (L.) de Wit

กลับไปดูสมุนไพรทั้งหมด
ภาพหลักของ กระไดลิง · แสดงเต็มภาพ

OVERVIEW

รายละเอียดเบื้องต้น

กระไดลิง หรือบันไดลิง เป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ในวงศ์ถั่ว (Fabaceae) มีลักษณะเด่นคือเถาแก่แบน แข็ง และโค้งคดไปมาเป็นลอนคล้ายขั้นบันได จึงเป็นที่มาของชื่อกระไดลิง ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่หรือรูปค่อนข้างกลม ปลายใบเว้าเป็นสองแฉก ดอกขนาดเล็กออกเป็นช่อ ผลเป็นฝักแบน ภายในมีเมล็ดหลายเมล็ด พบตามป่าธรรมชาติและพื้นที่ป่าเขตร้อนในประเทศไทย กระไดลิงใช้เถาเป็นยา มีรสเมาเบื่อ ตามภูมิปัญญาเภสัชกรรมไทยใช้แก้พิษทั้งปวง แก้ตัวร้อน ขับเหงื่อ แก้ไข้ แก้พิษฝี และแก้ไข้เซื่องซึม ลักษณะเถาที่บิดคดคล้ายบันไดเป็นจุดสังเกตสำคัญสำหรับการจำแนกสมุนไพรชนิดนี้

MAIN PROPERTIES

สรรพคุณและรายละเอียด

🌿 กระไดลิง

หมวดสมุนไพร : พืชจำพวกเถา–เครือ

กระไดลิง หรือบันไดลิง เป็นไม้เถาเนื้อแข็งที่มีลักษณะโดดเด่นจากลำเถาแบนและโค้งคดเป็นลอนคล้ายขั้นบันได จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (Fabaceae) เป็นสมุนไพรที่ใช้เถาเป็นยา มีรสเมาเบื่อ มีสรรพคุณตามภูมิปัญญาเภสัชกรรมไทยเกี่ยวกับการแก้พิษ แก้ไข้ แก้ตัวร้อน และขับเหงื่อ

🌱 ส่วนที่ใช้เป็นยา

เถา เป็นส่วนที่ใช้เป็นยา โดยเฉพาะลำเถาที่มีเนื้อไม้และลักษณะคดเป็นลอน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกระไดลิง

🍃 รสยา

เถา : รสเมาเบื่อ

รสเมาเบื่อเป็นรสยาในทฤษฎีเภสัชกรรมไทยที่ควรให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย เนื่องจากสมุนไพรบางชนิดในกลุ่มนี้อาจมีสารออกฤทธิ์ที่เป็นพิษต่อร่างกายได้

💊 สรรพคุณตามตำรา

เถา — รสเมาเบื่อ

  • แก้พิษทั้งปวง

  • แก้ตัวร้อน

  • ขับเหงื่อ

  • แก้ไข้

  • แก้พิษฝี

  • แก้ไข้เซื่องซึม

สรรพคุณดังกล่าวเป็นการอธิบายตามองค์ความรู้เภสัชกรรมไทย ไม่ใช่ข้อยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคตามหลักการแพทย์ปัจจุบัน

🫖 วิธีใช้ตามตำรา

ใช้ เถา เป็นเครื่องยา โดยไม่ได้ระบุกรรมวิธีเตรียมยา ขนาดยา หรือปริมาณการใช้เฉพาะไว้

การนำกระไดลิงไปใช้ในตำรับยาควรอาศัยสูตรตำรับที่มีการตรวจสอบและอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย

📜 ข้อสังเกตทางเภสัชกรรมไทย

กระไดลิงมีลักษณะสำคัญทางเภสัชกรรมไทยคือการใช้เถาที่มีรสเมาเบื่อ โดยมีสรรพคุณหลายประการสัมพันธ์กับกลุ่มอาการไข้ ความร้อน และการขับเหงื่อ

คำว่า แก้พิษทั้งปวง และ แก้พิษฝี เป็นถ้อยคำตามภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ซึ่งไม่ควรตีความว่าสมุนไพรสามารถต้านสารพิษทุกชนิดหรือรักษาการติดเชื้อทุกประเภทได้

การศึกษากระไดลิงจึงควรแยกความหมายของศัพท์ดั้งเดิมออกจากกลไกทางเภสัชวิทยาสมัยใหม่

💡 คำแนะนำจากพิกัดไทย

กระไดลิงเป็นสมุนไพรที่สามารถจดจำได้จากความสัมพันธ์ระหว่าง รูปร่างเถา รสยา และสรรพคุณ

เถาแบนคดคล้ายบันได — รสเมาเบื่อ — แก้พิษ แก้ไข้ ขับเหงื่อ

สำหรับการศึกษาภาคปฏิบัติหรือการสอบแลปกริ๊ง ควรสังเกตลักษณะของเถาแก่ที่แบนและโค้งเป็นช่วง ๆ ซึ่งแตกต่างจากเถาไม้เลื้อยที่มีหน้าตัดกลมโดยทั่วไป

ควรจดจำด้วยว่าสมุนไพรชนิดนี้ใช้ เถา เป็นยา ไม่ควรนำสรรพคุณของใบ ราก หรือเมล็ดจากข้อมูลของพืชชนิดอื่นมาเพิ่มเติมโดยไม่มีการตรวจสอบ

⭐ ข้อสังเกตสำคัญ

จุดเด่นที่สุดของกระไดลิง คือเถาแบนและคดเป็นลอนคล้ายขั้นบันได

ลักษณะดังกล่าวทำให้สามารถสังเกตและจดจำพืชได้ค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะเมื่อพบเถาแก่ที่เลื้อยพาดพันต้นไม้ใหญ่

กระไดลิงยังเป็นตัวอย่างของพืชที่มีการปรับปรุงการจำแนกทางอนุกรมวิธาน จากชื่อเดิม Bauhinia scandens L. มาเป็นชื่อที่ยอมรับในปัจจุบันคือ Phanera scandens (L.) Lour. ex Raf.

🧠 จุดจำง่าย

“กระไดลิง เถาคดเป็นบันได รสเมาเบื่อ แก้พิษ แก้ไข้ ขับเหงื่อ”

จดจำจาก 3 องค์ประกอบหลัก

  • ลักษณะพืช : เถาแบน คดเป็นลอนคล้ายบันได

  • ส่วนที่ใช้และรสยา : เถา รสเมาเบื่อ

  • สรรพคุณ : แก้พิษทั้งปวง แก้ตัวร้อน ขับเหงื่อ แก้ไข้ แก้พิษฝี และแก้ไข้เซื่องซึม

📚 ศัพท์น่ารู้

รสเมาเบื่อ : ลักษณะรสยาตามทฤษฎีเภสัชกรรมไทย ซึ่งอาจสัมพันธ์กับสมุนไพรที่มีฤทธิ์รุนแรงหรือมีความเป็นพิษบางประการ ต้องพิจารณาความปลอดภัยเป็นรายชนิด ไม่สามารถระบุระดับความเป็นพิษจากรสยาเพียงอย่างเดียว

แก้พิษทั้งปวง : คำอธิบายสรรพคุณในองค์ความรู้แพทย์แผนไทยที่มีความหมายกว้าง ไม่เทียบเท่ากับฤทธิ์ต้านสารพิษทุกชนิดตามหลักพิษวิทยาปัจจุบัน

พิษฝี : ศัพท์แพทย์แผนไทยที่สัมพันธ์กับกลุ่มอาการฝีหรือการอักเสบเฉพาะที่ การแพทย์ปัจจุบันจำเป็นต้องแยกสาเหตุของฝี เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจต้องรักษาด้วยการระบายหนองหรือยาต้านจุลชีพ

ไข้เซื่องซึม : คำอธิบายกลุ่มอาการไข้ร่วมกับอาการอ่อนเพลีย ซึม หรือการตอบสนองลดลง ซึ่งในทางการแพทย์ปัจจุบันอาจเป็นสัญญาณของโรครุนแรงหรือภาวะฉุกเฉิน

ไม้เถาเนื้อแข็ง : พืชที่เจริญเติบโตเป็นเถาเลื้อยหรือพาดพันพืชอื่น โดยมีลำต้นสะสมเนื้อไม้และมีความแข็งแรงเมื่ออายุมากขึ้น

🩺 ข้อมูลความปลอดภัยสมัยใหม่

แม้กระไดลิงจะมีประวัติการใช้ในภูมิปัญญาสมุนไพรไทย แต่ข้อมูลทางคลินิกที่ยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัยของเถากระไดลิงในมนุษย์ยังมีจำกัด

จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่ากระไดลิงมีฤทธิ์ต้านสารพิษ ลดไข้ หรือรักษาฝีตามมาตรฐานการแพทย์ปัจจุบัน รวมถึงยังไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับกำหนดขนาดยาที่เหมาะสมอย่างเป็นมาตรฐาน

การพัฒนากระไดลิงเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรควรมีการศึกษาการพิสูจน์เอกลักษณ์วัตถุดิบ องค์ประกอบทางเคมี ความเป็นพิษ และปฏิกิริยาระหว่างยาเพิ่มเติม

🌳 จุดสังเกตทางพฤกษศาสตร์

กระไดลิงเป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ มีลำต้นทอดเลื้อยหรือพาดพันต้นไม้ เถาแก่มีลักษณะแบน แข็ง เหนียว และโค้งคดเป็นลอนอย่างต่อเนื่อง คล้ายขั้นบันไดหรือกระดูกงู เป็นลักษณะเด่นที่ใช้สังเกตพืชชนิดนี้

ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบค่อนข้างกว้าง ปลายใบเว้าเป็นสองแฉกตามลักษณะของพืชในกลุ่มชงโคบางชนิด ดอกออกเป็นช่อขนาดเล็ก ส่วนผลเป็นฝักแบน ภายในมีเมล็ด

กระไดลิงพบได้ในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง โดยเฉพาะบริเวณป่าเขตร้อนที่มีต้นไม้ให้เถาเลื้อยพาดพัน

🔎 หมายเหตุด้านการจำแนก

กระไดลิงมีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในปัจจุบันคือ Phanera scandens (L.) Lour. ex Raf. วงศ์ Fabaceae

ชื่อ Bauhinia scandens L. เป็นชื่อพ้องที่พบได้บ่อยในเอกสารพฤกษศาสตร์และตำราสมุนไพรไทย เนื่องจากเดิมพืชชนิดนี้เคยจัดอยู่ในสกุล Bauhinia

การเปลี่ยนชื่อสกุลเป็น Phanera เป็นการปรับปรุงการจัดจำแนกทางอนุกรมวิธาน ไม่ได้หมายความว่ามีการเปลี่ยนชนิดของพืชที่ใช้เป็นยา

PikadThai.com — ศูนย์กลางองค์ความรู้แพทย์แผนไทย